เสียงต่ำ ไม่อาจระงับความตื่นเต้นในน้ำเสียงได้“นั่นก็ใช่แล้ว หลังจากการต่อสู้เมื่อสองปีที่แล้ว จนกระทั่งถึงวันนี้ ข้าไม่เคยเห็นศิษย์พี่ฉางลงมืออีกเลย” เอี้ยนหมิงจื่อก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน“ที่ผ่านมา ศิษย์พี่ฉางกำลังพักผ่อนร่างกายและสงบจิตใจ…” หูซานกล่าว“จิ๊ เรื่องนั้น ผีสางจึงยอมเชื่อ!” เอี้ยนหมิงจื่อแย้งอย่างเหยียดหยามเถาซูเอ๋อร์หันขวับ กล่าวเสริมว่า “แม้แต่ผีสางก็ไม่เชื่อ”หลินเอวี่ยนไม่พึงพอใจบรรยากาศที่เกิดขึ้น เจ้าบัดซบที่เรียกว่าฉางผู้นี้ ทุกครั้งที่มันออกมาไม่เคยมีอะไรดีๆเกิดขึ้นเลย! หลินเอวี่ยนกระแอมไอและเอ่ยทำลายความเงียบที่ชวนอึดอัดนี้ “เอาละ อย่างไรก็ต้องตกลงกันเสียก่อน หากเจ้าพ่ายแพ้ ข้าจะริบยุทธภัณฑ์เวทของเจ้าหนึ่งชิ้น”“ย่อมเป็นเช่นนั้น” ใบหน้าผีดิบของจั่วม่อยังคงไม่แสดงอารมณ์ใด ไม่มีผู้ใดคาดเดาได้ว่ามันคิดอันใด มันกล่าวเสริมเสียงอ่อนลงบ้างว่า “แต่หากเจ้าต้องการกระบี่หยดน้ำเล่มนี้ ต้องรอจนกว่าข้าจะประลองเสร็จสิ้นครบห้ารอบ จึงจะมอบให้แก่เจ้าได้ ข้าไม่มีกระบี่บินเล่มอื่นอีกแล้ว”“นั่นไม่มีปัญหา” หลินเอวี่ยนรับปากอย่างใจกว้าง มันดูราวกับว่าได้รับชัยชนะเรียบร้อยแล้วฝั่ายสนับสนุนของหลินเอวี่ยนเริ่มตื่นเต้นอีกหน พวกมันเบิ่งตากลมกว้าง เกรงจะพลาดรายละเอียดใดไป ลองนึกถึงภาพศิษย์พี่ใหญ่พิชิตเจ้าผีดิบน่ากลัวนี้จนราบคาบ นั่นดูน่าสนุกไม่น้อย!กระบี่หยดน้ำล่องลอยอยู่ด้านหน้าจั่วม่อ ตรงบริเว