ทธภัณฑ์เวทชิ้นอื่น”จั่วม่อพล่ามเจื้อยแจ้วไร้สาระถูกกล่าวถึงความพ่ายแพ้ต่อหน้าสาธารณชน เหวินเฟยใบหน้าเขียวคล้ำ แต่ไม่มีเหตุผลให้โต้แย้งเถาซูเอ๋อร์เห็นเหวินเฟยแทบจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง ในใจลอบคิด โจรน้อยที่น่ารังเกียจ นางได้แต่ออกหน้าแทน “เช่นนั้นพี่จั่วไฉนมาที่นี่ ใช่คิดสำแดงฝีมือเบื้องหน้าพรรคเราหรือไม่?”จั่วม่อยืดหลังเหยียดตรง ยืนหยัดอย่างทระนง ดวงตาสาดประกายเจิดจ้า ประสานมือค้อมคำนับไปในทิศทางของภูเขาสุญตา น้ำเสียงเคร่งขรึมราบเรียบ“แม่นางเถาล้อเล่นแล้ว เนื่องด้วยศิษย์พี่จากพรรคอัจฉริยะปราณเดินทางไปท้าทายสำนักเรา ทั้งก่อนและหลังรวมทั้งหมดห้าท่าน ท่านเจ้าสำนักเคยสอนสั่งเราอย่างเคร่งครัด สำนักกระบี่สุญตาเราอาจเป็นเพียงสำนักเล็กๆ แต่ต้องรักษาชื่อเสียงของเราไว้เท่าชีวิต แล้วยังกล่าวอีกว่าเรื่องระหว่างศิษย์ก็สมควรให้ศิษย์เป็นผู้จัดการ เรื่องนี้เมื่อข้าเป็นผู้เริ่มต้น ย่อมไม่อาจพึ่งพาผู้อื่นได้ ข้าไม่ได้มาอย่างอุกอาจ แต่มาเพื่อขอคำชี้แนะจากเหล่าศิษย์พี่แห่งพรรคอัจฉริยะปราณจำนวนห้าท่าน ตัวต่อตัว หลังจากการประลองห้าครั้ง ไม่ว่าชนะหรือพ่ายแพ้ เรื่องราวครั้งนี้ถือว่าสิ้นสุด! ฟังว่าเหล่าศิษย์พี่แห่งพรรคอัจฉริยะปราณทั้งใจกว้างและตรงไปตรงมาเสมอ เช่นเดียวกันกับแนวทางอันโอ่อ่าอาจหาญของพรรค เมื่อสามารถประมือกับศิษย์พี่ถึงห้าคนแบบตัวต่อตัว ต่อให้ข้าต้องพ่ายแพ้รวดทั้งห้ารอบ น้องชายผู้นี้ก็รู้สึกเ