่วม่อภูมิใจอย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าเกอจะมีชื่อเสียงไม่เบาแต่จากนั้นมันกลับกลายเป็นขุ่นข้องอยู่บ้าง ฉายานี้ช่างไม่เสนาะหูเอาเสียเลย!หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เหวินเฟยและกลุ่มคนที่สวมใส่อาภรณ์หลากหลายก็ปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของจั่วม่อ จั่วม่อเริ่มตื่นตัว แสงในดวงตาลุกโชนขึ้น เขียวแวววามดั่งหมาปั่าหิวโหยที่จู่ๆ ก็พบเห็นกลุ่มแพะอ้วนซึ่งร่ำรวยมากแต่ละย่างก้าว แต่ละการยกมือวางเท้าของคนกลุ่มนี้ จั่วม่อเห็นเป็นจิงสือนับไม่ถ้วนประกอบรวมกันเป็นโครงร่างคล้ายมนุษย์เมื่อเหวินเฟยพบเห็นจั่วม่อ ใบหน้าก็มืดทะมึน หนี้แค้นเก่ากับความขุ่นเคืองใหม่รวมเข้าด้วยกันและลุกเป็นไฟ กล่าวอย่างเย็นชา “พี่จั่ววันนี้มาเยือนถึงพรรคเรา มิทราบว่าเพื่อคืนยุทธภัณฑ์เวทที่ยืมไปจากข้าและเหล่าพี่น้องใช่หรือไม่?”จั่วม่อครุ่นคิดเงียบๆ เจ้าผู้นี้กลอกกลิ้งนัก ทั้งยังไม่ใช่บุคคลที่น่าคบหาจริงๆ มันลอบหัวร่อในใจ “ยืม? พี่เหวินล้อเล่นแล้ว? สำนักเรามีกฎ ผู้ใดมาท้าทายสำนักเรา จะต้องทิ้งยุทธภัณฑ์เวทไว้ เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงผลการประลอง หากข้าผู้นี้พ่ายแพ้ พี่เหวินสามารถเลือกยุทธภัณฑ์เวทของผู้น้องเพื่อเป็นที่ระลึกได้ นี่คือกฎของสำนักเรา หนึ่งศึกหนึ่งยุทธภัณฑ์เวท! น่าเสียดายพี่เหวินโชคไม่ดีนัก จึงพ่ายแพ้ต่อผู้น้อง หากพี่เหวินต้องการของคืน ท่านสามารถท้าประลองข้าได้ ไม่ว่าเวลาใดก็ได้ อย่างไรก็ตาม หากพี่เหวินยังคงพ่ายแพ้อีก ท่านจะต้องจ่ายด้วยยุ