จั่วม่อตัวสั่นเหมือนตะแกรงร่อนทอง เส้นเลือดดำปูดโปนเขียวคล้ำบนหน้าผากและลำคอราวกับไส้เดือน น่าหวาดผวาเป็นอย่างยิ่งผูเยาไม่ทราบออกมาตั้งแต่เมื่อใด เห็นสภาพของจั่วม่อ มันคล้ายตกใจระคนไม่คาดคิดจั่วม่อร่างกายสั่นสะเทือนไม่หยุดยั้งเกือบครึ่งชั่วยาม ก่อนที่จะสิ้นสุดลงจั่วม่อลืมตา หอบหายใจอย่างหนักหน่วง สายตามันมีแววกังขาบางประการ เวลานี้มันรู้สึกว่าสังขารร่างกายคล้ายเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย แต่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร มันก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ก้มหน้าตรวจสอบไปทั่วร่างอย่างรอบคอบ แต่ก็ยังไม่พบสิ่งใดวัชรสูตรน้อยฉบับปั้ายหินสุสานนี้ ไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่? จั่วม่ออดหัวใจไหวสะท้านไม่ได้“ผู้ใดสอนวิชานี้ให้เจ้า?” เสียงของผูเยาดังมาจากทางด้านหลังจั่วม่อสะดุ้งสุดตัว หันขวับ พอเห็นเป็นผูเยาค่อยระบายลมหายใจอย่างโล่งอก“ตอนที่เจ้าได้รับบาดเจ็บ มันถูกเขียนไว้บนปั้ายหินสุสาน”ผูเยาดูคล้ายไม่แปลกใจแต่อย่างใด เพียงผงกศีรษะ “อืม ฝึกต่อไป”จั่วม่อได้ยินคำผูเยา ในที่สุดค่อยวางใจลง ในเมื่อผูเยากล่าวว่าให้มันฝึกปรือต่อเช่นนั้นสมควรไม่มีปัญหา แม้ว่ามันจะเคยประสบชะตากรรมเจ็บปวดแสนสาหัสในคราวที่ทะลวงผ่านขั้นลมหายใจแรก แต่มันมิอาจไม่ยอมรับว่าเคล็ดบำเพ็ญสูดปราณก่อนกำเนิดเป็นวิชาที่ล้ำเลิศอย่างแท้จริง จนกระทั่งถึงตอนนี้ จั่วม่อยังไม่เคยพบเคล็ดวิชาใดที่มีระดับสูงกว่าเคล็ดบำเพ็ญสูดปราณก่อนกำเนิดเลย“เคล็ดหอมจรุงไม่ลืมเลือน