้าแตะต้องซูเฉิน ข้าจะถือว่าคู่นั้นเป็นศัตรูกับข้า!”
หลินชิงชิงกล่าวเสียงเย็น
นางรู้ดีถึงพลังแท้จริงของซูเฉิน
แม้แต่จวินจื่อหลิงยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา แล้วจางเชียนเพียงเท่านี้จะมีค่าอันใด?
นางเพียงโกรธที่ในวันเกิดของตน จางเชียนกลับกล้ากร่างนัก บีบบังคับเพื่อนของนางถึงเพียงนี้
“ชิงชิง เจ้าช่างมั่นใจในตัวซูเฉินยิ่งนัก เช่นนั้นข้าคงต้องรอดูด้วยตาตนเองแล้ว!”
หลินฉีหรี่ตาลง ยิ้มพลางกล่าว
ทุกคนที่อยู่ในตำหนักต่างตกตะลึง
ไม่คาดคิดว่าหลินชิงชิงจะเชื่อมั่นในตัวซูเฉินถึงเพียงนี้ ถึงกับกล้ากล่าวว่าจางเชียนจะต้องตาย แถมยังประกาศปกป้องซูเฉินอย่างชัดเจน
จางเชียนรู้สึกอับอายจนแววตากลายเป็นเพลิงโทสะ
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เริ่มได้เลย!”
จางเชียนกล่าวเสียงเย็น ลมปราณแผ่กระจายทั่วทั้งตำหนัก จากนั้นเขาชกหมัดหนึ่งออกไปกลางอากาศ
โฮกกก!
เสียงคำรามดังก้อง เงาพยัคฆ์ดำยักษ์ปรากฏขึ้นเบื้องหลัง รัศมีสังหารกล้าแกร่งและทรงพลัง
หมัดพยัคฆ์คำราม!
นี่คือเคล็ดวิชาระดับสูงสุดของระดับดำที่จางเชียนฝึกฝน มีพลังทำลายล้างรุนแรงอย่างยิ่ง
“หมัดพยัคฆ์คำราม? พยัคฆ์คำรามสะเทือนป่า เงาร่างพยัคฆ์ชัดเจน ข้าคาดไม่ถึงว่าจางเชียนจะฝึกจนถึงขั้นสูงสุด ใครจะต้านหมัดนี้ได้กัน?”
“ซูเฉินต้องแพ้แน่! อย่าว่าแต่เขายังอยู่เพียงขอบเขตแก่นแท้พลัง ต่อให้เป็นจ้าวยุทธ์ธรรมดา ก็ยากจะรับหมัดนี้ได้!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบด้าน แววตาทุกคู่เต็มไปด้วยความ