และโยนเจ้าสิ่งที่เรียกว่าการละเล่นไขปริศนาทิ้งไปทางด้านหลัง ในความอับจนหนทาง มันได้แต่แข็งใจตอบกลับไปว่า “ขอโทษ วันนี้ข้าไม่ว่างเลย”“นายท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับบ่าว บ่าวเสียใจนัก”จั่วม่อรู้สึกศีรษะพองโต ภัยคุกคาม นี่เป็นภัยคุกคามอย่างยิ่ง!“ให้เวลาข้าอีกสองวันได้หรือไม่?” จั่วม่อตัดสินใจว่าภายในสองวันนี้ หากมันไม่รับประทานหรือไม่หลับนอน มันจะต้องไขปริศนาค่ายกลนี้ได้อย่างแน่นอน มันย่อมทราบกระจ่างว่าแม่นางกระเรียนกระดาษผู้นี้ดุร้ายอำมหิตถึงเพียงไหน!อย่างไรก็ตาม มันยังคงประเมินความดุร้ายอำมหิตของแม่นางกระเรียนกระดาษต่ำเกินไปอีกครั้ง!เมื่อกระเรียนกระดาษสีชมพูอีกตัวบินมาถึง จั่วม่อคลี่ออกอย่างระมัดระวัง มันเพียงรู้สึกว่าในสายตาพร่าเลือนวูบหนึ่ง สภาพรอบข้างก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน“สตรีที่สมควรตาย!” จั่วม่อสบถอย่างขุ่นแค้น!นี่ไม่ใช่หนแรกที่มันเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งยังไม่ใช่ครั้งแรกที่สตรีบัดซบนี้ใช้อุบายเช่นนี้ ย่อมทราบดีว่าเกิดอันใดขึ้น“ฮิฮิ นายท่านอย่าได้ตำหนิข้า ผู้ใดใช้ให้ท่านไม่ให้ความสำคัญกับผู้อื่น? นายท่านไม่อยากเล่นกับบ่าว เช่นนั้นบ่าวก็จะสนุกสนานตามวิธีของบ่าวเอง ฮิฮิ นี่เป็นเขาวงกตที่บ่าวเรียนรู้ตอนอายุเจ็ดขวบ สนุกมากเลย นายท่านค่อยๆ เพลิดเพลินกับมันล่ะ”สุ้มเสียงหวานเสนาะเจื้อยแจ้วขึ้นกลางอากาศ แฝงเร้นไว้ด้วยกลิ่นอายเกียจคร้านเฉื่อยชาชนิดหนึ่ง“สตรีน่าตาย!” จั่วม่อเค้น