ิษย์ผู้นั้นตอบอย่างนอบน้อม แทบปิดบังความตื่นเต้นไว้ไม่ได้ “คราวนี้มากันห้าคน!”จั่วม่อรู้สึกหนังศีรษะชาวาบห้า…คน…คราวก่อนมาสาม คราวนี้ถึงกับมาห้าเชียวเรอะ!จั่วม่อปรารถนาจะหมุนตัวกลับและวิ่งไปให้เร็วที่สุด“พวกมันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ และเรียกร้องขอคำชี้แนะจากศิษย์พี่โดยตรง”ศิษย์ฝั่ายนอกผู้นี้เห็นได้ชัดว่าไม่ไดัสังเกตเห็นอาการแปลกๆ ของจั่วม่อ กล่าวเสียงตื่นเต้นว่า “เจ้าพวกนี้ช่างไม่รู้จักประมาณตนจริงๆ!”“แค่กแค่ก” จั่วม่อบังคับตัวเองให้สงบลง กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ แล้วถามว่า “หนนี้เป็นผู้ใดมา?”“สามคนจากคราวที่แล้วมาด้วยกันทั้งหมด ส่วนอีกสองคนข้าไม่รู้จัก”จั่วม่อใจเย็นลงอีกหน่อย ประเสริฐ ประเสริฐ อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนใหม่ทั้งห้าคน สองคนพ่ายแพ้มันไปแล้ว อืม มันมีเหตุผลเต็มที่ที่จะเมินเฉยต่อพวกมันเสีย ส่วนสตรีผู้นั้นวันก่อนนางเมื่อไม่กล้าสู้ วันนี้ก็คงไม่ผลีผลามลงมืออย่างแน่นอน เช่นนั้น ที่น่าปวดเศียรเวียนเกล้าก็เหลือเพียงหน้าใหม่อีกสองคนที่มันไม่รู้จัก ในเมื่อวันนี้พวกมันตั้งใจมาคิดบัญชีแค้น แน่นอนว่าย่อมมีพลังฝีมือสูงส่งกว่าเจ้าสองคนคราวก่อนสมองมันหมุนเร็วจี๋ ในใจลังเลอย่างยิ่ง มันสมควรไปหรือไม่ไปดี? ถึงกับสำนึกเสียใจอยู่บ้างที่คราวก่อนกล่าววาจามากเกินไปจนเข้าตัว ปากก็อดถามไม่ได้ว่า “แล้วศิษย์พี่คนอื่นๆ ทำอะไรกันอยู่? เจ้าไม่อาจมารบกวนข้าด้วยเรื่องเช่นนี้ได้ทุกครั้ง”“ศิษย์พี่ใหญ่กับต้าซือเจี