มันปล้นทุกอย่างของผู้อื่นจนเกลี้ยงเกลา จากนั้นก็รอให้อีกฝั่ายกลับมาฆ่ามันได้เลยนอกจากนี้จั่วม่อยังไม่คลายการระวังปั้องกัน มือข้างซ้ายของมันซุกอยู่ในถุงร้อยสมบัติตลอดเวลา คอยแตะไว้ที่กระบี่หยดน้ำที่มันเพิ่งได้รับมา มันเร่งประทับรอยวิญญาณของมันอย่างรีบด่วน แม้ว่าจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ยังไม่อาจประทับรอยวิญญาณในกระบี่บินอย่างสมบูรณ์ และได้แต่ทิ้งรอยประทับขั้นพื้นฐานไว้ แต่จะอย่างไรกระบี่ผลึกน้ำแข็งของมันถูกทำลายไปแล้ว มันไม่มีอาวุธอื่นใดอีก ที่สำคัญคือฝั่ายตรงข้ามยังคงเหลืออีกหนึ่งคน“ฮ่าฮ่า!” เอี้ยนหมิงจื่อเห็นจั่วม่อริบจี้หยกของหูซานไป มันก็สุดจะกลั้นอีกต่อไปแล้ว ต้องแหกปากหัวร่ออย่างเบิกบานใจและยินดีในคราเคราะห์ของผู้อื่น มันทราบกระจ่างว่าหูซานหวงแหนจี้หยกอันนั้นมากเพียงใด เห็นหูซานสูญเสียมากกว่าที่ตัวมันเสียไป ความเสียหายโดยรวมยังย่อยยับยิ่งกว่าตนเสียอีก เอี้ยนหมิงจื่อค่อยรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม มันพบว่าการสูญเสียกระบี่หยดน้ำของมัน ก็ไม่ได้เศร้าเสียใจเท่าใดแล้วเถาซูเอ๋อร์มองไปยังสภาพน่าอนาถของหูซาน นางอดไม่ได้ต้องหัวร่อคิกคัก เพียงแต่เมื่อนางมองไปยังจั่วม่อ ดวงตามีร่องรอยตื่นตระหนกและสงสัยใคร่รู้หูซานค่อยๆ ดึงสติกลับคืนสู่ร่าง พอเห็นจั่วม่อยืนอยู่เบื้องหน้ามัน ความขุ่นแค้นก็พลุ่งขึ้น ท่ามกลางเสียงตวาดอย่างชิงชัง มันเงื้อดาบขึ้นหมายผ่าร่างอีกฝั่ายเป็นสองส่วนแต่น่าเสียดาย จั่วม่อผู้ระว