เมื่อจั่วม่อรีบรุดไปถึงประตูใหญ่ของสำนักที่เชิงเขา มันพบว่าสถานการณ์ยังร้ายแรงกว่าที่มันคาดคิดประตูใหญ่ถูกล้อมรอบด้วยผู้คนมากมาย แบ่งแยกออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจนจั่วม่อกวาดตามองกลุ่มคนที่มาก่อกวน ที่สะดุดตามากที่สุด เป็นหนึ่งสตรีกับอีกสองบุรุษทั้งอาภรณ์ เครื่องแต่งกาย ทั้งท่วงท่าสภาวะของพวกมันทั้งสาม ล้วนแตกต่างจากผู้คนที่อยู่ด้านหลังพวกมันอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามเมื่อจั่วม่อพบเห็นเหล่าเฮยที่ได้รับบาดเจ็บ โทสะในใจก็พลุ่งพล่านทะยานฟั้าจั่วม่อสืบเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างหายวับ จากนั้นปรากฏตัวขึ้นข้างกายเหล่าเฮยเหล่าเฮยมีเลือดไหลปรี่ออกจากมุมปาก สีหน้าซีดเซียว แต่เมื่อมันพบเห็นจั่วม่อใบหน้าก็ทอแววปิติยินดี“เกิดเรื่องอันใด?” จั่วม่อถามเสียงหนักเห็นจั่วม่อปรากฎกาย จิตวิญญาณของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่สุญตาก็ลุกโชนขึ้นมาในทันใด“โหย๋ สุดท้ายก็มีคนเต็มใจออกหน้าแล้ว” หนึ่งในสองบุรุษ ในหมู่คนทั้งสาม ซึ่งสวมเกราะปราณสีน้ำเงินอันโอ่อ่าหรูหรา กล่าวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “ข้ายังหลงคิดว่าศิษย์สำนักสุญตาเป็นเต่าฝูงหนึ่งเสียอีก เฮ้ เจ้าหนู แจ้งนามของเจ้ามา เหวยเสิ้งอยู่ที่ใด? ไฉนไม่กล้าออกมา?จั่วม่อไม่แยแสสนใจมัน เพียงจ้องมองเหล่าเฮยเหล่าเฮยสีหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น “พวกมันกล่าวว่าต้องการหาศิษย์พี่เหวยเสิ้งเพื่อขอคำชี้แนะ แต่เหวยเสิ้งจะออกมาได้อย่างไรเล่า? ดังนั้นพวกมันเริ่มก่อกวน พวกมันบอกว่าหากศิษย์พ