ี่เหวยเสิ้งไม่ออกมา จะทำลายทุ่งนาปราณที่นี่ทั้งหมด เจ้าคิดดู ข้าจะปล่อยให้พวกมันทำลายทุ่งนาปราณของข้าได้อย่างไร?”จั่วม่อล้วงเม็ดยาออกจากอกเสื้อยัดใส่มือเหล่าเฮย มันเป็นศิษย์ของสือฟั่งหรง อย่างน้อยที่สุดก็ไม่เคยขาดแคลนเม็ดยา เหล่าศิษย์รอบข้างล้วนมีสีหน้าอิจฉาเลื่อมใส ส่งเหล่าเฮยให้ศิษย์ฝั่ายนอกที่ยืนอยู่ด้านหลังรับไปดูแล จั่วม่อหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผู้รุกราน“หน้าผีดิบนั่น ฮะ เจ้าคือจั่วม่อหรอกหรือ” บุรุษชุดเกราะปราณน้ำเงินกล่าว พลางส่ายนิ้วไปมาอย่างเย่อหยิ่ง “ฟังว่าเจ้ามีฝีมือทางหลอมกลั่นโอสถ เจ้าไม่ใช่คู่มือเรา ไปพาเหวยเสิ้งออกมาเถอะ อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตงฝูไฉนหดหัวหรุบหาง? หากมันไม่กล้าจริงๆ ไม่ใช่ว่ายังอีกคนหรือ ที่เรียกว่าหลัวหลีอะไรนั่น?“เจ้ามาจากสำนักใด?” จั่วม่อถามอย่างเยือกเย็น“ฮิฮิ พวกเรามาจากพรรคอัจฉริยะปราณ” ผู้ตอบวาจาเป็นสตรีหนึ่งเดียวในสามคนนางสวมเกราะปราณดอกท้อสีชมพู เรือนร่างอ่อนหวานแช่มช้อย รัดรึงใจ สะพรั่งด้วยวัยสาว แววตาเป็นประกายสุกใส เหล่าศิษย์ฝั่ายนอกของสำนักสุญตาแทบไม่มีผู้ใดไม่จ้องมองนางอย่างหื่นกระหาย แต่นางไม่มีท่าทีเอียงอายแม้แต่น้อย กลับยิ้มแย้มแจ่มใสและภาคภูมิจั่วม่อย่อมเคยได้ยินชื่อพรรคอัจฉริยะปราณมาก่อน พวกมันเป็นค่ายสำนักที่ทรงพลังที่สุดและมั่งคั่งร่ำรวยที่สุดในตงฝู มีธุรกิจการค้ามากมายอยู่ภายใต้อำนาจของพรรคศิษย์ที่รับเข้าพรรคส่วนใหญ่มาจากตระกูล