่เช่นหอตงฝูหรือสำนักกระบี่ตงฉี แต่สำหรับสำนักกระบี่สุญตาแห่งนี้ พวกมันไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน กับสำนักเล็กๆ เช่นนี้พวกมันหาได้หวาดเกรงอันใดไม่ เนื่องจากช่วงนี้ตงฝูครึกครื้นมาก เหล่าผู้อาวุโสของแต่ละค่ายสำนักล้วนออกไปด้านนอกแทบทั้งหมด ช่วงเวลาดีๆ เยี่ยงนี้ พวกมันจะปล่อยผ่านไปโดยไม่ออกมาสนุกสนานได้อย่างไร?อย่าได้เห็นว่าพวกมันเย่อหยิ่งโอหัง แต่แท้ที่จริงไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญา ก่อนที่จะมาที่นี่ พวกมันยังได้สืบหาข้อมูลมาเป็นอย่างดี ในบรรดาศิษย์รุ่นนี้ของสำนักกระบี่สุญตา ที่มีชื่อเสียงที่สุดมีอยู่สองคน คนแรกคือเหวยเสิ้ง อีกคนเป็นจั่วม่อผู้มีฝีมือในการหลอมกลั่นโอสถ แต่ไม่มีผู้ใดเคยเห็นว่าเหวยเสิ้งพลังฝีมือร้ายกาจถึงขั้นไหน สิ่งนี้ยิ่งทำให้พวกมันมั่นใจว่าเหวยเสิ้งมีเพียงชื่อเสียงเกินจริงเท่านั้น ส่วนจั่วม่อ นักหลอมกลั่นโอสถผู้หนึ่งยังจะสามารถก่อให้เกิดระลอกอันใดได้? นอกจากนี้แล้ว เหมือนจะยังมีอีกคนที่เรียกว่าหลัวหลี แต่ในสายตาพวกมันคาดว่าน่าจะธรรมดาทั่วไปเท่านั้นในผู้คนทั้งสาม ผู้ที่ใส่เกราะปราณสีน้ำเงินเรียกว่าเอี้ยนหมิงจื่อ(นางแอ่นโอ่อ่า) คนที่สวมเกราะปราณสีแดงสดใสสะดุดตาเรียกว่าหูซาน(ภูผาแซ่หู) ส่วนสตรีที่สวมเกราะปราณดอกท้อสีชมพูเรียกว่าเถาซูเอ๋อร์(นางงามน้อยแซ่เถา)“อ้อ” จั่วม่อส่งเสียงรับรู้อย่างไร้อารมณ์ จากนั้นหันไปถามเหล่าเฮย “ผู้ใดเป็นคนทำร้ายเจ้า?”“ฮ่าฮ่า เจ้าจะถามไปไย ฝีมือต้าเหยีย