อุทานคำหนึ่ง ดวงตาจับจ้องไปยังบุรุษหน้าตาพื้นเพที่ยืนอยู่หน้าแผงลอย“เป็นไร?” นักพรตชุดเหลืองตื่นตัวทันที “มีอันใดไม่ถูกต้อง?”“ดูเหมือนมันจะมาแล้ว” บุรุษชุดเงินจ้องมองบุรุษหน้าตาพื้นเพผู้นั้นไม่คลาดสายตา“คนผู้นั้นหรือ?” มองตามสายตาบุรุษชุดเงิน นักพรตชุดเหลืองก็พบเห็นจั่วม่อที่หน้าแผงลอยของเสี่ยวหวน “เจ้าเด็กผู้นี้มีพลังบำเพ็ญเพียรเพียงด่านจู้จี ไม่น่าเป็นไปได้”บุรุษชุดเงินไม่ยอมละสายตา มันแจกแจงว่า “แม่นางน้อยผู้นี้เป็นสาวใช้ของอวิ๋นเสียเซียนจื่อ คราวที่แล้วเป็นนางเองที่ซื้อไข่มุกหยิน ในตลาดมีแผงลอยมากมายและไม่มีอันใดแตกต่างกัน แต่คนผู้นั้นไม่ไปหาผู้อื่น กลับตรงไปหานางผู้เดียว นี่ไม่ใช่มีพิรุธอย่างยิ่งหรอกหรือ”“มีพิรุธจริงๆ” นักพรตชุดเหลืองพลันเข้าใจความนัย ดวงตาสาดประกายละโมบในบัดดลไม่ได้มีแค่พวกมันทั้งสองที่สังเกตเห็นจุดนี้ทันทีที่จั่วม่อกล่าวจบ บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านหลังมัน “เจ้าต้องการขายไข่มุกหยินใช่หรือไม่? ไฉนไม่ขายให้แก่ข้าแทนเล่า เรื่องราคาสามารถสนทนากันได้”ผูเยาพอกระตุ้นเตือน จั่วม่อก็สังเกตเห็นสายตามากมายรวมอยู่ที่ตัวมัน มันตื่นตัวทันทีและทราบว่าสถานการณ์ชักไม่เข้าทีเสียแล้ว แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะสามารถขายไข่มุกหยินทำกำไรงาม แต่ถ้าต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเรื่องนี้ มันย่อมไม่ยินดี“ข้าไม่มีไข่มุกหยิน” จั่วม่อพอวิเคราะห์สถานการณ์แล้ว ก็แสร้งตีหน้าเซ่อ ทำเป็น