ไม่รู้เรื่องรู้ราว “ข้าเห็นพวกท่านเฝั้าอยู่ที่นี่หลายวันแล้ว ก็เลยอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา ไม่ทราบไข่มุกหยินเป็นสมบัติอันใด? มีค่ามากเท่าใด? ใช่มีตัวอย่างหรือไม่? ให้ข้าชมดูสักเล็กน้อยได้หรือไม่? เผื่อว่าข้าพบมัน จะได้ไม่พลาดโอกาสร่ำรวยแล้ว”“เช่นนั้นหรือ?” บุรุษหนุ่มแย้มยิ้มเย็นเยียบ “เช่นนั้นไฉนเจ้าไม่มาถามข้า แต่กลับตรงเข้าไปหานาง?”เสี่ยวหวนอดใจไม่ไหวอีกต่อไป นางขมวดคิ้วมุ่น กล่าวอย่างขุ่นแค้นว่า “ผู้แซ่เซวียเจ้าหมายความว่ากระไร? ไฉนมันจะมายังแผงลอยของท่านย่าผู้นี้ไม่ได้?” บุรุษหนุ่มผู้นี้เป็นศิษย์ของเหวินเถี่ยซ่านเหริน มันเรียกว่าเซวียอวิ๋น เสี่ยวหวนมักเห็นมันเป็นที่ขัดตาเสมอมา“ไม่มีความหมายอื่นใด” เซวียอวิ๋นเยาะเย้ยอย่างเย็นชา “ข้าผู้นี้เพียงทำหน้าที่ที่ซือฟูั่มอบหมายมา สิ่งของที่ดีเช่นไข่มุกหยิน ไม่สามารถปล่อยให้คนๆ เดียวฮุบกลืนไปทั้งหมดได้”จั่วม่อกล่าวปนหัวร่อ “พวกท่านเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ข้าไม่มีไข่มุกหยินจริงๆ”บุรุษหนุ่มมีพลังบำเพ็ญเพียรด่านหนิงม่าย ไม่ใช่คนที่ผู้ฝึกตนด่านจู้จีตัวน้อยๆ เช่นมันจะเป็นคู่มือได้ จั่วม่อไม่ได้โง่ มันเข้าใจดี หากในเวลานี้นำลูกปัดหยินออกมา นั่นคือการจบสิ้นอย่างแท้จริง อีกฝั่ายแน่นอนว่าไม่ได้ต้องการแค่ไข่มุกหยิน แต่ยังจะบังคับให้มันมอบเวทวิชาควบกลั่นไข่มุกหยินออกมา ไม่เพียงแต่ไม่ได้รับจิงสือ แต่จะรักษาชีวิตรอดจากไปได้หรือไม่ ยังเป็นปัญหา“ไม่มีไข่มุก