ยามนี้ย่ำแย่ถึงเพียงไหนกัน?ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ ละอองฝนโปรยปรายผ่านด้านนอกหน้าต่าง ทอดตามองภูผาห่างไกลปกคลุมด้วยม่านพิรุณเลือนราง เมฆหมอกในใจอวิ๋นเสียเซียนจื่อยิ่งมายิ่งหนาหนักขึ้นทุกขณะลางสังหรณ์ของจั่วม่อแม่นยำจนน่าปวดใจ ชีวิตอันแสนอนาถของมันเพิ่งจะเปิดฉากขึ้นจริงๆกุศลเจตนาของผู้เฒ่าเหอ ผสานกับอาการสลบไสลอันแยบยลของจั่วม่อได้อย่างเหมาะเจาะพอดี กลายเป็นกระตุ้นเตือนเผยเหยียนหรานกับเหล่าผู้อาวุโสอย่างรุนแรงเฉพาะอัจฉริยะที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้นจึงจะสามารถกลายเป็นยอดคนที่แท้จริง ในสายตาของเผยเหยียนหราน สือฟั่งหรง และอาจารย์ลุงอีกสองท่าน จั่วม่อไม่ได้ขาดแคลนพรสวรรค์ ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันถึงกับคิดว่าจั่วม่อยังคงมีพรสวรรค์ด้านอื่นแอบแฝงรอการค้นพบอยู่อีก อย่างไรก็ตาม ร่างกายที่บอบบางของมันจะคอยจำกัดการพัฒนาของมัน การเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรน่าจะเกิดขึ้นกับมันเสียมากกว่า ไม่ใช่เหวยเสิ้งเทียบกันแล้ว ในเรื่องนี้เหวยเสิ้งเข้มแข็งแกร่งกร้าวถึงที่สุด ไม่จำเป็นต้องให้พวกมันห่วงกังวลแม้แต่น้อยเผยเหยียนหรานและเหล่าศิษย์น้อง หลังจากได้รับการกระตุ้นเตือน ก็พบว่าแนวคิดของพวกมันไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น สำหรับอัจฉริยะที่กอรปด้วยพรสวรรค์หลายด้านเช่นจั่วม่อ ไม่ควรเน้นความสำคัญไปที่การฝึกกระบี่ สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือการรักษาชีวิตของมันไว้ แทนที่จะเลี้ยงดูให้มันกลายเป็นเซียนกระบี่ที่หาได้ทั่วไป สร้างมันให้เป