างก็นับว่าโง่งมยิ่งแล้ว ศิษย์พี่จั่วม่ออาจดูเฉื่อยชาแข็งกระด้าง แต่ไม่ว่าจะเป็นความกลอกกลิ้ง พลังอำนาจ หรือพรสวรรค์ ล้วนเหนือล้ำกว่าห่าวหมิ่นสวี่ฉิงย่อมล่วงรู้ถึงการลอบประลองกำลังกันระหว่างเหล่าศิษย์ฝั่ายใน และในฐานะศิษย์ฝั่ายนอกผู้หนึ่ง เป็นธรรมดาที่นางจะรู้สึกผูกพันกับเหวยเสิ้งและจั่วม่อที่เคยเป็นศิษย์ฝั่ายนอกเช่นเดียวกันมากกว่าแต่สวี่ฉิงยังคงระมัดระวังและเผื่อทางถอยไว้บ้าง มีผู้คนมากมายที่เมื่อเจริญรุ่งเรืองขึ้น นิสัยใจคอก็แปรเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง ระมัดระวังไว้ก่อนย่อมไม่มีทางผิดพลาดอย่างไรก็ตาม ศิษย์พี่จั่วม่อดูเหมือนนิสัยใจคอดีงามกว่าที่นางคาดไว้มากใบหน้าผีดิบของจั่วม่อยังคงดูไร้อารมณ์ มันพยักหน้ารับคำต่อสวี่ฉิง จากนั้นเดินตรงไปยังห้องหลอมกลั่นของซือฟูั่ผลักประตูเข้าไป มันก็พบเห็นท่านอาจารย์สือฟั่งหรงของมัน“ทีเวลาเช่นนี้เจ้ากลับแสดงความกล้าหาญ!” ทันทีที่สือฟั่งหรงเห็นหน้ามัน นางก็เปิดฉากดุด่าอย่างไม่ไว้หน้า “ต่อไปให้ยอมรับความพ่ายแพ้เสียก่อน ไม่จำเป็นต้องทำร้ายตัวเองเช่นนี้อีก” นางหลงลืมไปอย่างสิ้นเชิง ว่าเป็นนางเองที่ขีดเส้นตายให้จั่วม่อห้ามพ่ายแพ้อย่างเด็ดขาดจั่วม่อย่อมไม่กล่าวเตือนนางเรื่องนี้อย่างคนรู้ความ และพึมพำรับคำอย่างเชื่อฟัง จะให้โต้แย้งท่านผู้เฒ่า มันหาได้มีความกล้าไม่สือฟั่งหรงน้ำเสียงอ่อนลง “แต่เจ้าไม่ได้ทำให้ข้าเสียหน้า ดีมาก” จั่วม่อได้ยินเช่นนี้ต้องลอบกลอกตา