ละหลังของพวกนางค้อมต่ำกว่าเดิม มีทัศนคติที่ทั้งนอบน้อมทั้งระมัดระวังตัว จั่วม่อรู้สึกรับไม่ได้อยู่บ้างสวี่ฉิงพอเห็นจั่วม่อก็รีบค้อมกายคารวะ “ศิษย์พี่ ซือฟูั่รอท่าน*อยู่”กระทั่งสวี่ฉิงยังใช้คำ ‘ท่าน*’ อย่างเป็นทางการ จั่วม่อค่อนข้างอึดอัดใจ “นี่ไม่ดีเลยศิษย์น้องหญิงเจ้าเรียกข้าเช่นนี้ฟังดูเหินห่างพิกล!”(*ปกติคำที่สวี่ฉิงและคนอื่นๆ ใช้แทนตัวจั่วม่อเป็นคำว่า หนี่ แปลว่า เจ้า,ท่าน ใช้แบบไม่เป็นทางการ แต่ในที่นี้นางเปลี่ยนไปใช้คำว่า หนิน แปลว่าท่าน ใช้ยกย่องอย่างเป็นทางการ)“ศิษย์พี่กล่าวถูกต้อง สวี่ฉิงผิดไปแล้ว!” สวี่ฉิงแย้มยิ้มอบอุ่นก่อนหน้านี้นางแม้เคยช่วยเหลือให้จั่วม่อยืมเงิน แต่จะอย่างไรไม่ได้คาดหวังในแง่ดีผู้ใครจะคาดคิดได้ว่าจั่วม่อสามารถต่อกรซึ่งหน้ากับศิษย์พี่หลัวหลีได้อย่างคู่คี่ก้ำกึ่งถึงเพียงนี้ เมื่อได้ชมดูฉากนั้นนางถึงกับยืนเหม่อมองอย่างโง่งม จนกระทั่งถึงยามนี้นางยังรู้สึกไม่เชื่อถือ เรื่องนี้เป็นเหตุให้เหล่าศิษย์สตรีแห่งเรือนขิงหอมได้เห็นตัวตนใหม่ของศิษย์พี่ผีดิบผู้นี้ สวี่ฉิงฉลาดปราดเปรื่อง นางทราบว่าการประลองนี้จะยกระดับสถานะของศิษย์พี่อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นในเรือนขิงหอมหรือในสำนักก็ตามเดิมทีศิษย์พี่หญิงห่าวหมิ่นอยู่ในเรือนขิงหอมทั้งจองหอง ทั้งกระทำการตามอำเภอใจ แต่นับจากนี้เป็นต้นไป นางแน่นอนว่าต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวมากกว่าเดิมหากนางยังไม่ควบคุมตัวเองเหมือนเช่นเดิม น