เข้าฌาน จะช่วยในการดูดซึมปราณธรรมชาติในกระยาหาร”ได้ยินดังนั้น จั่วม่อรีบนั่งไขว้ขาท่าดอกบัว จมดิ่งลงสู่สภาวะฌานเห็นมันทำตามคำนาง ศิษย์สตรีผู้นั้นค่อยทำความสะอาดอย่างเงียบเชียบ จากนั้นนางก็ออกไปพร้อมปิดประตูให้อย่างเบามือเมื่อถอยออกจากฌาน จั่วม่อรู้สึกจิตใจแช่มชื่นอย่างเต็มที่ สุขสบายจนไม่อาจบ่งบอกบรรยาย นึกถึงกระยาหารปราณที่เพิ่งรับประทานต้องอดทอดถอนออกมาไม่ได้เพราะผลลัพธ์ของอาหารมื้อนี้มีประสิทธิภาพมากกว่านั่งเข้าฌานในห้องศิลาถึงสองชั่วยามเสียอีก แต่จะอย่างไรเส้นชีพจรปราณปฐพีในห้องศิลาไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอันใดอย่าได้เห็นว่าอาหารมื้อเมื่อครู่ไม่ได้มากมายกระไรนัก แน่นอนว่าราคามิได้ย่อมเยาเลยหากไม่ใช่ว่าเป็นรางวัลจากสำนัก มันยังไม่มีปัญญาจ่ายเสียด้วยซ้ำผลักประตูเปิดกว้าง จั่วม่อเดินออกจากห้องเบื้องหน้าสายตาเป็นลานน้อยแห่งหนึ่ง ยามนี้เองจั่วม่อค่อยทราบว่ามันอยู่ที่ใด นี่คือลานด้านในอันเงียบสงบ มันมักเดินผ่านสถานที่แห่งนี้อยู่ทุกวัน เมื่อสังเกตมากขึ้นก็รู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้างมันตัดสินใจไปคารวะซือฟูั่เสียก่อนเดินออกจากลานน้อย จั่วม่อพบเห็นศิษย์สตรีจำนวนหนึ่งตามรายทางมันรู้สึกทันทีว่ามุมมองของพวกนางคล้ายแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงก่อนหน้านี้พวกนางล้วนมีท่าทีเคารพนอบน้อมต่อมัน แต่เวลานี้ในความเคารพยังแฝงร่องรอยความหวั่นเกรงอีกส่วนหนึ่ง และความกลัวเกรงจากส่วนลึกในหัวใจนี้เองเป็นเหตุให้เอวแ