งเพื่อฝึกฝนวิชากระบี่ แต่ข้าเตือนไว้ก่อน เมื่อไปหาอาจารย์ลุงรอง อย่าได้ทำให้ข้าอับอาย หากข้าทราบว่าเจ้าเกียจคร้านละก็ ฮึ่ม!” คำสุดท้ายแค่นเสียงออกมาอย่างเย็นเยียบยิ่งจั่วม่อในใจลอบคร่ำครวญอย่างหวนโหย ไปยังสถานที่ของอาจารย์ลุงรองเพื่อร่ำเรียนกระบี่ การปรนนิบัติเช่นนี้นับว่าสูงค่ามากในสำนักกระบี่สุญตา เป็นสิ่งที่ศิษย์ทุกคนเฝั้าใฝั่ฝันถึง หากเป็นในอดีตจั่วม่อย่อมต้องรีบพยักหน้าเห็นพ้องด้วยจนคอแทบหลุด…แต่บัดนี้…มันนึกถึงผูเยาที่ยังเอนกายอย่างเกียจคร้านสุขสบายอยู่ในจิตสำนึกของมัน แล้วจากนั้นนึกถึงสายตาดุจคมกระบี่ของอาจารย์ลุงรอง……จั่วม่อตัวเย็นเฉียบ รู้สึกเหมือนตกลงไปในหลุมน้ำแข็งมันยังคงจดจำวันนั้นได้แม่นมั่น นึกถึงฉากที่เจตจำนงกระบี่หิมะขาวของอาจารย์ลุงซินหยานผ่าครึ่งทะเลดำในราตรีที่มันพบพานผูเยาเป็นครั้งแรก แม้แต่อสูรปิศาจที่ทรงพลังเช่นผูเยายังไม่ใช่คู่มือของอาจารย์ลุงรอง หากอาจารย์ลุงรองค้นพบผูเยาในทะเลแห่งจิตสำนึกของมัน ชะตากรรมของมันเกรงว่าจะน่าอนาถถึงที่สุด!สิ่งที่เป็นรางวัลล้ำค่าในสายตาผู้อื่น จั่วม่อกลับต้องคิดหาหนทางหลีกเลี่ยง“ศิษย์…ศิษย์นี้อยากร่ำเรียนวิชาหลอมกลั่นโอสถกับซือฟูั่……”ก่อนที่จั่วม่อจะทันกล่าวจบ สือฟั่งหรงก็ขัดขึ้น “หลอมกลั่นโอสถก็คือหลอมกลั่นโอสถ ฝึกปรือกระบี่ก็คือฝึกปรือกระบี่ ไม่มีผู้ใดบอกว่าหลอมกลั่นโอสถหมายถึงไม่สามารถฝึกปรือกระบี่! อย่าได้กล่าวมากความและจงไป