คิดยังไม่มี พลันโยกร่างหลบไปทางซ้ายสุดตัวแม้ว่ามองไม่เห็นสิ่งใด แต่จั่วม่อสามารถรู้สึกถึงอะไรบางอย่างปาดเฉียดร่างมันไปอย่างชัดเจน มันราวกับแมวที่กำลังหวาดกลัวจนหัวหด เส้นขนลุกตั้งชี้ชันทั่วร่าง!จั่วม่อกลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้น ไม่ทันได้ใส่ใจอาการบาดเจ็บบนร่าง ตะเกียกตะกายถอยห่างจากหลัวหลีสุดชีวิต“โอ้ โอ้ หัวใจข้าแทบกระดอนออกมา! ศิษย์พี่จั่วม่อไม่อ่อนแอแม้แต่น้อย อ้า! น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของมันคือศิษย์พี่หลัวหลี” ผู้ชมบางคนอดกล่าวออกมาไม่ได้“นั่นก็ใช่แล้ว! เจ้าเห็นศิษย์พี่หลัวหลีหรือไม่ นั่นเรียกว่าความเยือกเย็นของยอดฝีมือ! ดูก้าวย่างนั่นสิ มองเช่นนี้ศิษย์พี่จั่วม่อยังคงอ่อนแอไปบ้าจริงๆ” อีกคนที่อยู่ใกล้ๆออกความเห็น“ถูกต้อง หากเป็นศิษย์พี่เหวยเสิ้งออกมา คงน่าดูชมกว่านี้”“ฮ่าฮ่า ไม่ต้องรีบร้อน จะอย่างไรการประลองระหว่างศิษย์พี่หลัวหลีกับศิษย์พี่เหวยเสิ้งต้องเกิดขึ้นแน่”“จริงหรือ?”“เจ้าลองคิดดู เสือสองตัวสามารถอยู่ถ้ำเดียวกันได้หรือ… …”จั่วม่อไม่ได้ยินวาจาของผู้ใดทั้งนั้น มันได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองเต้นกระหน่ำ มันหายใจลำบาก หอบอย่างหนักหน่วง ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างน่ากลัว สองตาเบิกกว้างจ้องมองหลัวหลี ปากคอแห้งผากหวาดเสียวยิ่ง!เฉียดไปองคุลีเดียวเท่านั้น!จั่วม่อสมองลั่นอึงอล เหตุการณ์เฉียดตายถึงเพียงนี้มันเพิ่งพบพานเป็นครั้งแรกใบหน้าผีดิบเปรอะไปด้วยฝุั่นละออง ร่างกายเต็มไปด้วยดินโคลน สา