หลัวหลีทั้งภาคภูมิใจ ทั้งเศร้าเสียดายอยู่บ้าง ขณะที่ส่ายศีรษะ “นี่หาใช่เคล็ดกระบี่สุญตาที่แท้จริงไม่ คิดสรรค์สร้างเคล็ดกระบี่สุญตาขึ้นมาอีกครั้ง ไหนเลยง่ายดายดั่งใจนึก”ฉินเฉิงค่อยคลายความตระหนกลง พลางทอดถอนชมเชย “แม้จะยังไม่สมบูรณ์ก็ร้ายกาจปานนี้ ไม่ทราบเคล็ดกระบี่สุญตาสมบูรณ์แบบจะร้ายกาจถึงเพียงไหน?” มันอดไม่ได้ต้องมองไปยังตำแหน่งที่กระบี่สายฟั้าอันตรธานไป เวลานี้ทั้งรอยแยกมิติทั้งกระบี่สายฟั้า ล้วนหายไปหมดสิ้นโดยไม่เหลือร่องรอยแม้แต่น้อย“ปฐมาจารย์ผู้ก่อตั้งพลังฝีมือลึกล้ำสุดหยั่งคาดจริงๆ” แม้กระทั่งบุคคลทระนงถือดีเช่นหลัวหลี ยังหวาดหวั่นต่อยอดคนผู้สร้างสำนักกระบี่สุญตา“ศิษย์น้องอย่าได้ประเมินตนเองต่ำเกินไป เพียงแค่สามเดือน ศิษย์น้องก็มีความสำเร็จถึงขั้นนี้ ศิษย์พี่อย่างข้านับว่ามองคนไม่ผิดจริงๆ” ฉินเฉิงดวงตาเต็มไปด้วยประกายพึงพอใจ “ที่จริงข้าแทบอดใจรอชมไม่ไหว อ้า! หากเหวยเสิ้งต้องเผชิญกับศิษย์น้อง ไม่ทราบจะมีโอกาสเอาชัยสักเท่าใด?”หลัวหลีกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาเย็นชาของมันลุกไหม้ด้วยเปลวไฟที่แทบจะมองไม่เห็น “เพียงแค่ข้ารับใช้กระบี่ผู้หนึ่ง ต้องการจะขี่อยู่เหนือศีรษะข้า มันไม่ทราบว่ากำลังตอแยผู้ใด!”“ฮ่าฮ่า อีกไม่กี่วันก็จะถึงการทดสอบของสำนักแล้ว ศิษย์น้องต้องทวงถามความยุติธรรมให้แก่ศิษย์น้องหญิงด้วย จนกระทั่งถึงวันนี้ข้าเห็นว่าศิษย์น้องหญิงยังอารมณ์ไม่ดีขึ้นเลย” ฉินเฉิงกล่าว