ยิ้มๆ “น่าเสียดายที่เหวยเสิ้งไม่เข้าร่วมการทดสอบของสำนัก มิเช่นนั้นคงน่าดูชมไม่น้อย”หลัวหลีไม่เคยให้ความสำคัญกับจั่วม่อ เปั้าหมายของมันมีเพียงเหวยเสิ้ง กล่าวอย่างเย็นเยียบว่า “สุดท้ายแล้วมันก็ต้องออกมา”ฉินเฉิงออกจากบ้านของหลัวหลีอย่างอิ่มเอมใจ ขณะที่มันกำลังกลับไปยังที่พำนักของมัน พลันพบเห็นศิษย์ฝั่ายนอกหลายคนเร่งรุดมาด้วยสีหน้าแตกต่าง เมื่อเหล่าศิษย์ฝั่ายนอกพบเห็นฉินเฉิง พวกมันรีบหยุด ค้อมกายคารวะอย่างลนลาน “ศิษย์พี่ใหญ่!”“เรื่องอันใดรีบร้อนถึงเพียงนี้?” ฉินเฉิงถามเหล่าศิษย์ฝั่ายนอกสบตากับวูบหนึ่ง อึดใจต่อมา คนผู้หนึ่งตอบว่า “ศิษย์พี่จั่วม่อฝึกกระบี่ในแม่น้ำ และบังเอิญถูกน้ำพัดพาหายไป ท่านเจ้าสำนักมีคำสั่งให้พวกเราเสาะหาไปตามแม่น้ำ”ได้ฟังดังนั้น ฉินเฉิงหัวร่อกระหึ่ม พลางโบกมือ “อืม ไปทำในสิ่งที่พวกเจ้าต้องทำเถอะ”เหล่าศิษย์ฝั่ายนอกราวกับได้รับการละเว้นโทษประหาร รีบพากันจากไปในทันใดพวกมันไม่ได้โง่ ดังนั้นไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับการประลองกำลังกันของเหล่าศิษย์ฝั่ายในฉินเฉิงเดินทอดน่องไปอย่างเอื่อยเฉื่อย ยิ่งคิดเท่าใดยิ่งรู้สึกขบขันมากขึ้นเท่านั้น ฝึกกระบี่ในแม่น้ำจนถูกน้ำพัดพาหายไป ช่างน่าหัวร่อกระไรปานนี้ มันไม่เคยได้ยินเรื่องเหลวไหลเช่นนี้มาก่อน จั่วม่อผู้นี้น่าสนุกจริงๆ ! มันโยนเรื่องราวนี้ทิ้งไว้ด้านหลังจิตใจอย่างไม่แยแส จั่วม่อไม่เคยมีตำแหน่งแห่งที่ใดๆ ในใจมัน ในความเห็นของมัน เกษ