ี้หรือไรมันก็พร่ำพูดไม่ขาดตอน กล่าวถึงเรื่องราวน่าสนใจทั้งมวล ดึงดูดให้จั่วม่อรับฟังอย่างหลงใหลสุดใจแม้จะเดินไปพลาง สนทนาอย่างออกรสไปพลาง แต่ความเร็วของพวกมันก็ไม่ได้ชักช้าแต่อย่างใด ไม่นานก็เข้าใกล้เขตตงฝู“ศิษย์พี่จั่ว! ศิษย์พี่จั่ว!”จั่วม่อได้ยินคนเรียกหามัน จึงเงยหน้าขึ้น เห็นศิษย์ฝั่ายนอกสองสามคนพุ่งตรงมายังมัน พวกมันล้วนพากันระบายลมหายใจอย่างโล่งอก “ในที่สุดก็หาศิษย์พี่จั่วพบแล้ว!ท่านเจ้าสำนักวิตกกังวลกับศิษย์พี่ไม่น้อย มีคำสั่งให้พวกเราติดตามค้นหาศิษย์พี่โดยเฉพาะ!”ยังไม่ทันจะกล่าวจบ สีหน้าพวกมันเปลี่ยนเป็นแปลกพิกลอยู่บ้าง เบื้องหน้าพวกมันจั่วม่อกับหลินเชียนยืนเคียงข้างกัน กลับสร้างความแตกต่างอย่างพิสดาร ข้างบุรุษหล่อเหลาถึงที่สุดผู้หนึ่ง ยืนไว้ด้วยโครงกระดูกเปลือยท่อนบนถือกระบี่ผู้หนึ่ง ภาพนี้ช่าง… …จั่วม่อไม่แยแสสนใจสีหน้าของศิษย์ฝั่ายนอกเหล่านี้ มันหมุนตัวไปยังหลินเชียน ยื่นส่งจิงสือระดับสามชิ้นนั้นคืนไปให้ กล่าวอย่างจริงจังว่า “ภูมิความรู้ของพี่หลินลึกล้ำดุจห้วงสมุทร จั่วม่อเลื่อมใสยิ่ง จิงสือชิ้นนี้ผู้น้องไม่กล้ารับไว้ หนึ่งวันหนึ่งคืนมานี้ผู้น้องได้เรียนรู้มหาศาล เพียงพอจะใช้เป็นแนวทาง แต่น่าเสียดายที่ผู้น้องต้องรับการทดสอบของสำนักในทันที ไม่มีเวลาเที่ยวเล่นชมทิวทัศน์เป็นเพื่อนพี่หลินแล้ว หวังว่าพี่หลินจะเที่ยวเล่นอย่างสาสมใจ!”กล่าวจบคำ มันก็ยัดจิงสือระดับสามชิ้นนั้นใส่ม