ญยิ่งในสายตาของศิษย์พี่จั่วม่อรู้สึกขนลุกเกรียว สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ไม่อาจควบคุมความพรั่นพรึงในใจมันได้ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มันใช้เวลาทุกวี่วันในทุ่งนาปราณ ไม่เคยคาดคิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาเผชิญกับเลือดเนื้อและซากศพไม่ทราบว่าหลัวหลี ในการทดสอบของสำนัก …จะฆ่ามันหรือไม่?หรือจะตัดแขนตัดขามัน?จั่วม่อจิตใจเปลี่ยนเป็นสับสนวุ่นวาย ความพรั่นพรึงแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไม่ผิดอันใดกับเพลิงไฟสีแดงดำในทะเลแห่งจิตสำนึกของมัน … มันกลัวเหลือเกิน!หอกระบี่หนัก นี่เป็นที่พักส่วนตัวของฉินเฉิง แม้ว่าบางเวลามันมักออกไปด้านนอกสำนัก แต่ยังคงมีผู้คนคอยดูแลทำความสะอาดไว้เป็นอย่างดี ภายในหอ ผู้คนล้วนครึกครื้นมีชีวิตชีวายิ่งฉินเฉิงแย้มยิ้ม “พี่น้องเรา นานมากแล้วที่ไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา วันนี้เมื่อสามารถรวมตัวกันได้ สมควรร่ำดื่มให้สาสมใจ”สวี่อี้รีบโบกมือ “น้ำชา น้ำชา ไม่เอาสุรา”สตรีอาภรณ์เขียวที่นั่งข้างสวี่อี้ ทั้งอรชรอ้อนแอ้นและน่ารักน่าเอ็นดู นางคือซวีอีเซี่ยนางจุ๊ปากพลางกล่าวอย่างซุกซน “ศิษย์พี่รองยังคงอ่อนแอเช่นเดิม ไม่มีความก้าวหน้าแม้แต่น้อย!”สวี่อี้ได้แต่ส่ายหน้า รู้สึกอับจนปัญญากับศิษย์น้องหญิงผู้นี้อย่างแท้จริง ซวีอีเซี่ยทั้งซุกซนทั้งน่าเอ็นดู นิสัยใจคอร่าเริงแจ่มใส ล่วงรู้วิธีประจบเอาใจเหล่าผู้อาวุโส นางเป็นศิษย์ที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุดผู้หนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นที่ชื่นชอบในหมู่ศิษย์ฝั่ายในทั้