ั่วม่อจิตใจเหม่อลอยมึนงง ภาพเหตุการณ์ในทะเลแห่งจิตสำนึกฉายวนซ้ำซากอยู่ในสายตา ประหนึ่งหุ่นเชิดเชือกขาด มันคล้ายจิตวิญญาณสูญหาย ติดอยู่ในห้วงภวังค์อันสับสนวกวนภาพเหตุการณ์อันทรงพลานุภาพชวนสะท้านใจ ทุกขั้น ทุกตอน ทุกรายละเอียดราวกับโหมไหม้อยู่ภายในใจมันเสมือนไฟ!เสี่ยวกั่วปาดเช็ดเหงื่อ พลางจับจ้องไปยังแผ่นไม้ที่สมมติเป็นเปั้าซ้อมมือเบื้องหน้านาง สีหน้าเบิกบานใจฉายชัดบนใบหน้ารูปผลผิงกว่ออันน่ารักไร้เดียงสาดวงนั้นนางปลดปล่อยปราณกระบี่ออกไปได้สำเร็จ!ทั้งยังไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากแหวนกระบี่ทองที่ศิษย์พี่จั่วม่อมอบให้ แต่เป็นปราณกระบี่ที่ก่อกำเนิดจากรากฐานพลังบำเพ็ญเพียรของนางเอง นางอดทนบากบั่นฝึกปรือเพลงกระบี่ในม้วนหยกที่ศิษย์พี่ทิ้งไว้ให้ในคราวนั้น นางไม่ทราบว่าผ่านพ้นช่วงเวลาอันหนักหนาสาหัสนั้นมาได้อย่างไร เคล็ดวิชาในม้วนหยกแม้ไม่ลึกล้ำซับซ้อนแต่สำหรับเด็กหญิงผู้หนึ่งซึ่งตั้งแต่เริ่มจำความได้ก็รู้จักเพียงคอกสัตว์ ความยากเย็นแสนเข็ญที่ได้รับไม่ต่างอันใดกับพยายามปีนปั่ายขึ้นสวรรค์ลำบากตรากตรำ เหน็ดเหนื่อยแทบล้มประดาตาย เจ็บปวด ผิดพลาด ไม่เข้าใจท้อแท้… …นางแอบร่ำไห้หลายครั้งหลายหน จนกระทั่งตัวนางเองยังไม่ทราบว่าร่ำไห้ไปกี่คราร่ำไห้จนสองตาบวมแดงดุจลูกท้อ แต่ทุกคราวเมื่อร่ำไห้แล้วเสร็จ นางก็จะเริ่มฝึกฝนอีกครั้ง เจ็บปวด เหนื่อยล้า จากนั้นร่ำไห้ แล้วกลับมาก้มหน้าก้มตาฝึกฝนต่อไปทั้งคราบน้