่ตงฉี ศิษย์นำไปส่งถึงมือพวกมันด้วยตัวเอง”“อืม ลำบากเจ้าแล้ว” เทียนซงจื่อพยักหน้าชมเชย ทันใดนั้นมันนึกถึงเรื่องราวหนึ่งจึงสั่งการว่า “ระยะนี้เจ้าต้องควบคุมดูแลผู้คนในเมืองให้ดี ระมัดระวังเป็นพิเศษอย่าให้มีเรื่องมีราวอันใดเกิดขึ้น”“มีเรื่องราวใดหรือท่านอาจารย์” หวีปั๋ายฉวยโอกาสถาม“ยังจดจำดาวพร่างกลางทิวาได้หรือไม่?”“ศิษย์จำได้ มีการค้นพบเบาะแสใหม่หรือขอรับ?” หวีปั๋ายใจสั่นสะท้าน เรื่องพิสดารอัศจรรย์พันลึกถึงเพียงนั้น เกรงว่าชั่วชีวิตมันยังไม่อาจลืมเลือน คราแรกนิมิตแห่งฟั้าดินของเหวยเสิ้งยามเข้าสู่ด่านจู้จีส่งปราณกระบี่ทะลวงฟั้าผ่าสวรรค์ บันดาลให้มันตื่นตะลึงสะท้านสะเทือนอย่างใหญ่หลวง แต่หากจะเปรียบเทียบกับนิมิตแห่งฟั้าดินอันเงียบงันไร้สำเนียงที่ปรากฏขึ้นในภายหลัง ดวงดาวพราวพร่างกลางทิวาโดยปราศจากเค้าลางบอกเตือน ยังบันดาลให้รู้สึกเย็นเยียบเสียดกระดูกยิ่งกว่าเทียนซงจื่อส่ายศีรษะ “ไม่มีใด เจี้ยจู่*ได้ใช้จิตสำนึกกวาดผ่านทั่วทั้งอาณาจักรแล้วไม่พบสิ่งใดผิดสังเกต แต่เมื่อเจี้ยจู่ขอความช่วยเหลือจากสำนัก ได้ความว่าดาวพร่างกลางทิวาสมควรเกี่ยวพันกับอสูรปิศาจ”(*เจ้าอาณาจักร ซึ่งเจ้าอาณาจักรนภาจันทร์สังกัดแดนคุนหลุน ดังนั้นสำนักในที่นี้หมายถึงคุนหลุน)“อสูรปิศาจ!” หวีปั๋ายอุทานดังลั่น“ถูกต้อง แต่กระทั่งตำราเก่าแก่ที่สุดก็ยังบันทึกเรื่องนี้ไว้อย่างคลุมเครือยิ่ง เพียงกล่าวว่ามันเกี่ยวพันกับอสูรปิศาจ