ยู่?” กระเรียนกระดาษสีชมพูบินเข้ามา ลายมือยังคงสง่างามเช่นเดิม“ฝึกกระบี่!”“อ้อ ท่านปูั่กลายเป็นฮึกหาญปั่าเถื่อนไปตั้งแต่เมื่อใด? ผู้อื่นรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าใด”“ข้าจะสู้กับคนที่เย็นชาและใจแคบผู้หนึ่ง!”“ฮิฮิ เกิดอันใดขึ้น?”“สตรีของมันเล่นหูเล่นตาให้แก่ข้า เลยถูกข้ากำนัลให้หนึ่งฝั่ามือ มันต้องการล้างแค้น” จั่วม่อ‘แปลงสาส์น’เล็กน้อย โอ้ นั่นก็สามารถถือว่าเล่นหูเล่นตาได้เช่นกัน มันคิดในใจ“สับมัน!” ตัวอักษรอันสง่างามสองคำนี้แฝงกลิ่นอายผู้เหี้ยมหาญอย่างเข้มข้น ทำเอาจั่วม่อซึ่งเป็นบุรุษผู้หนึ่ง ถึงกับอายม้วนต้วนไปเลย“แต่ตอนนี้มีโอกาสดีที่จะทำกำไรจิงสือได้เป็นจำนวนมาก” ด้วยเหตุผลอันลึกลับบางประการ จั่วม่อเขียนภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมันลงไป“นักสู้ฆ่าได้หยามไม่ได้ เพียงแค่จิงสือจิ๊บจ๊อย อย่าให้ผู้อื่นต้องดูแคลนท่านปูั่”เพียงแค่จิงสือจิ๊บจ๊อย… อย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด จะหวังอันใดจากผู้ที่ไม่เคยรู้จักความหิวโหยกระหาย จั่วม่อสะท้อนใจ ไฉนมันถามไถ่คนไม่น่าไว้ใจเช่นนี้? จึงตอบอย่างเหยียดหยามว่า “หึ สตรี เป็นนักสู้กับเขาด้วยหรือไร?” สายตามันหยุดนิ่งอยู่ที่ประโยค‘นักสู้ฆ่าได้หยามไม่ได้’แวบหนึ่งอย่างรั้งตัวเองไม่ได้“ฮิฮิ ผู้อื่นเพียงหวังให้ท่านปูั่สำแดงความห้าวหาญ!”“เหยียจะไปทำงาน ไม่ต้องเขียนมาแล้ว” จั่วม่อตอบกลับไป แล้วโยนพู่กันไปด้านหนึ่งจั่วม่อใช้เวลาหนึ่งวันเต็มโหมทำงานอยู่ในห้องหลอมกลั่น จ