“ข้าไม่เคยคาดคิดว่ากระทั่งเจ้ายังสามารถกลายเป็นศิษย์ฝั่ายในได้” ใบหน้าหลัวหลีไม่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึก สุ้มเสียงเย็นเยียบจั่วม่อมองสำรวจสภาพในหุบเขา รู้สึกโล่งใจอยู่บ้าง หลัวหลีเพียงถล่มอาคมหวงห้ามที่ปากทางเข้าหุบเขาจนย่อยยับ แต่ไม่ได้เข้าไปภายใน มันเห็นได้ชัดว่ามีการตระเตรียมมาก่อน หลัวหลีอาจได้รับความเอ็นดูจากเหล่าผู้อาวุโส แต่ย่อมไม่กล้าหุนหันพลันแล่นถึงเพียงนั้น หากหญ้าปราณกับสมุนไพรปราณที่อยู่ภายในหุบเขาเกิดเสียหายขึ้นมาเหล่าผู้อาวุโสในสำนักจะไม่ยกโทษให้มันอย่างแน่นอนหรือจะใช้เล่ห์กลลอบทำร้ายจากเงามืด? จั่วม่อแน่ใจว่าอีกฝั่ายย่อมไม่กล้าใช้วิธีนั้นกับมัน ด้วยสถานะเกษตรกรปราณที่มันถือครอง นั่นหมายความว่าสำนักย่อมปกปั้องมันวิธีเดียวที่หลัวหลีสามารถกระทำได้คือโจมตีตรงๆ อย่างเปิดเผยและชอบธรรมมองไปที่ความยุ่งเหยิงกับเศษอาคมหวงห้ามที่ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง จั่วม่อแม้ทราบว่าอีกฝั่ายเพียงระบายอารมณ์ แต่โทสะในใจยังคุกรุ่น หลัวหลีเห็นได้ชัดว่ามาเพราะห่าวหมิ่น แต่จั่วม่อไม่สะทกสะท้าน เนื่องเพราะเหตุผลอยู่ข้างมัน ต่อให้นำเรื่องขึ้นไปถึงท่านเจ้าสำนัก ก็ไม่มีผู้ใดจะกล่าวว่ามันเป็นฝั่ายผิดจั่วม่อพยายามสะกดอารมณ์ขุ่นเคือง กระทบกระเทียบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “กระบี่ของศิษย์พี่ช่างคมกล้านัก น่าสงสารก็แต่ดอกไม้ใบหญ้าที่ไม่มีทางสู้เหล่านี้เท่านั้น”หลัวหลีมองจั่วม่ออย่างเย็นชา สายตาเต็มไปด้วยความชิงชั