ถูกเคี่ยวกรำมาหลายวันก็ลุกโชนขึ้น เป็นเรื่องที่ทราบกันทั่วไปว่าห้องหลอมกลั่นไม่ใช่สถานที่ที่อนุญาตให้ผู้อื่นเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะหลอมกลั่นโอสถ นั่นสามารถทำให้กระบวนการหลอมกลั่นล้มเหลวได้ง่ายๆแต่พอเห็นชัดตาว่าเป็นผู้ใด คำก่นด่าที่พุ่งขึ้นมาถึงริมฝีปากแล้ว กลับกระเดือกกลืนลงท้องไปในพริบตาเกือบไปแล้ว!นี่มันหายนะชัดๆ… …จั่วม่อเผ่นผลุง ลุกขึ้นยืนทันที ประสานมือค้อมคำนับอย่างนอบน้อมไปทางสือฟั่งหรง “ศิษย์คารวะซือฟูั่”“เจ้าใช่กำลังหลอมกลั่นเม็ดยาเม็ดสุดท้ายนั่นหรือไม่?” สือฟั่งหรงกระทั่งไม่ได้เงยหน้าขึ้น นางก้มหน้าอย่างเฉยเมยอยู่กับกองซากวัตถุดิบ“ใช่ขอรับท่านอาจารย์” จั่วม่อตอบอย่างเรียบๆ ร้อยๆ “แต่ยังไม่สำเร็จเลยสักครั้ง”สือฟั่งหรงโยนซากวัตถุดิบในมือทิ้ง พลางลุกขึ้นยืน สีหน้าเย็นชา “วิธีการเดินเจ้ายังไม่ทราบ ไฉนอยากจะวิ่ง?”ได้ยินดังนั้น จั่วม่อเหงื่อแตกพลัก รีบกล่าวว่า “ซือฟูั่โปรดชี้แนะ”“ในวิถีแห่งการหลอมกลั่นโอสถ จำนวนเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงตำรับยามีมากมายเกินไป จนไม่อาจถ่ายทอดผ่านได้ด้วยเพียงถ้อยวาจา เริ่มแรกเจ้าสมควรทำตามตำรับตำรา ก่อสร้างรากฐานที่ดีเสียก่อนที่จะพิจารณาทดสอบเรื่องเหล่านี้” กล่าวจบ สือฟั่งหรงหมุนตัวจากไปด้วยใบหน้าเย็นชากลับสู่ลานน้อยลมตะวันตก จั่วม่อสลดหดหู่ไม่เบา เดิมทีหลงคิดว่าพบวิธีทำกำไรจิงสือจำนวนมาก แต่ชั่วพริบตากลับกลายเป็นเงาจันทร์ในน้ำ เพียงพบเห็นได้แต