นความเย็นชนิดหนึ่งแผ่ซ่านไปทั่วแขนขาของมัน ร่างกายเบาสบายอย่างบอกไม่ถูก รูขุมขนทั่วร่างคล้ายจะเปิดออกทั้งหมด สุขสบายจนแทบจะครางออกมา“ในน้ำชานี้มีพลังปราณหนาแน่น เจ้าเพิ่งบรรลุด่านจู้จี นี่เป็นสิ่งที่ดี เหมาะจะช่วยปรับสภาวะของเจ้าให้มั่นคง” สวี่อี้เอ่ยเตือนได้ยินดังนั้น จั่วม่อรีบเขมือบน้ำชาที่หลงเหลือ จากนั้นนั่งไขว้ขาท่าดอกบัว ดิ่งลึกลงไปในฌานเห็นจั่วม่อสวาปามน้ำชาลงไปในรวดเดียว ศิษย์พี่สวี่อี้สีหน้าปวดใจ ส่ายศีรษะ ดูเหมือนค่อนข้างขัดเคืองที่จั่วม่อไม่รู้จักเสพรับรสชาติสิ่งดี ๆ ตัวมันเองค่อย ๆ ละเลียด ทีละจิบ ทีละจิบ ดื่มด่ำมึนเมาอย่างช้า ๆครั้นเมื่อจั่วม่อถอยออกจากสภาวะฌาน มันรู้สึกว่าร่างกายแช่มชื่นขึ้น ทั้งสุขสบายจนบอกไม่ถูก มันไม่กล่าววาจาไร้สาระ เพียงประสานมือไปทางศิษย์พี่สวี่อี้ “ขอบคุณท่านมากศิษย์พี่”สวี่อี้โบกมือตัดบท “แค่เชิญศิษย์น้องดื่มชาถ้วยเดียวเท่านั้น อย่าได้ใส่ใจไปเลย ว่าแต่ศิษย์น้องมาเยือนข้า แน่นอนว่าต้องมีธุระบางอย่าง”จั่วม่อเล่าถึงเรื่องที่มันร้องขอเวทวิชาประทับรอยวิญญาณในกระบี่บินจากซือฟูั่ของมัน ได้ยินเช่นนั้น สวี่อี้พยักหน้า “เข้าใจแล้ว แต่ข้าไม่คิดว่าเมื่อศิษย์น้องครอบครองปั้ายหยกชุนหยา เจ้ายังคงต้องการฝึกปรือวิชากระบี่ด้วย”“ข้าเพียงอยากทดลองเล่น ไม่จริงจังกระไรนัก” จั่วม่อรีบออกตัว หลังจากถูกซือฟูั่ตีแสกหน้ามาหนหนึ่ง มันรู้สึกว่าไม่กล่าวมากความจะดีกว่า“ฮ่า