สามารถอ่านได้เพิ่มมากขึ้น เมื่อออกมาในครั้งต่อไป ข้าจะทดสอบเจ้าด้วยตัวเอง หากพบว่าเจ้าเกียจคร้าน แน่นอนว่าจะได้เห็นดีกัน” สองสามประโยคท้าย ๆน่ากลัวอย่างยิ่งจั่วม่อถูกซือฟูั่สำทับจนไม่กล้าเงยหน้า ได้แต่พึมพำรับคำ ในใจมันโอดครวญในคราวเคราะห์ของตัวเอง ดูเหมือนว่าด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งมันกระทบถูกจุดระเบิดของซือฟูั่เข้าให้โดยไม่ได้ตั้งใจ จนอดสงสัยไม่ได้ ว่าที่แท้เป็นผู้ใดตอแยซือฟูั่มีโทสะจนกระทั่งโทสะของท่านอาจารย์บรรเทาลงสักหน่อย มันก็เปิดฉากอย่างระมัดระวัง“ซือฟูั่ ศิษย์ต้องการขอเคล็ดวิชาสำหรับประทับรอยวิญญาณในกระบี่บิน”“ประทับรอยวิญญาณในกระบี่บิน?” สือฟั่งหรงอดขมวดคิ้วไม่ได้ กล่าวอย่างไม่พอใจอยู่บ้าง “เจ้าควรให้ความสำคัญกับการเพาะปลูกพืชปราณและการหลอมกลั่นโอสถ อย่าได้โลภมาก หากโลภมากเกินไป เจ้าไม่สามารถย่อยได้ทั้งหมด ความจริงข้อนี้ยังไม่เข้าใจ?”จั่วม่อพอได้ยินเช่นนี้ ในใจลอบคร่ำครวญอย่างหวนโหย มันเพิ่งตระหนักว่าเห็นทีจะไม่ได้รับเคล็ดวิชาดี ๆ แล้ว จึงกล่าวอย่างอับจน “ศิษย์เข้าใจ แต่สำนักสุญตาของเราเป็นสำนักกระบี่ หากศิษย์ไม่ทราบแม้กระทั่งวิธีการประทับรอยวิญญาณในกระบี่บิน ยามออกไปด้านนอก จะไม่สร้างความอับอายขายหน้าแก่สำนักหรอกหรือ?”“นั่นก็ใช่แล้ว” พอฟังวาจามัน สือฟั่งหรงก็คิดว่ามีเหตุผล “เช่นนั้นเจ้าสามารถไปพบศิษย์พี่สวี่อี้ของเจ้า ลองสอบถามหาเคล็ดวิชามาทดลองดู แต่อย่าได้ทุ่มเทเกินกำลังมาก