ยเมฆดำ ผูเยาท่วงท่าเกียจคร้าน มือข้างหนึ่งเท้าคางอันสมบูรณ์ไร้ที่ติของมัน ส่วนมืออีกข้างขยี้กองฝุั่นผงชนิดหนึ่ง รำพันเบา ๆ “จิงสือของข้าหมดเกลี้ยงอีกแล้ว อ้า เจ้าผู้นี้เป็นเศษสวะอย่างแท้จริง แค่ได้รับจิงสือมาชิ้นหนึ่งยังเกือบจะฆ่าตัวมันเองเสียแล้ว”จากนั้นเงยหน้าตัดพ้อกับอากาศว่างเปล่า “หากข้าล่วงรู้เสียก่อนว่าจะเป็นเช่นนี้ ข้าจะลงมือทำเอง ดูสิตอนนี้เป็นอย่างไร ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน! เจ้าก่อกวนเสียจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ยอดฝีมือมากมายพากันเดินทางเข้ามาจากภายนอก แม้ว่าจะตายไปแล้วเจ้าก็ยังคงทำให้ข้าเดือดร้อนอยู่เหมือนเดิม คนอะไรขนาดตายไปแล้วยังไม่เปลี่ยนแปลงนิสัย!”ผงสีขาวโปรยปรายลงมาจากช่องว่างในอุ้งมือของมันอสูรเดียวดายตนหนึ่งนั่งบนปั้ายหินสุสาน รำพึงเศร้า ๆ “เจ้าของบ้านไม่มีเมล็ดข้าวเหลือล้น* อ้า!”(*เป็นสำนวน ความหมายคือ เจ้าของบ้านก็ไม่ได้มีเหลือกินเหลือใช้ จะให้มาคอยจุนเจือผู้เช่าคงไม่ได้หรอก)ภายในโถงฟังธรรม สวี่อี้แปลกใจอยู่บ้างเมื่อเห็นจั่วม่อ แต่กลับเป็นเยือกเย็นอย่างรวดเร็ว มันทักทายอย่างยิ้มแย้ม “ช่างหาได้ยากนักที่ศิษย์น้องมาเยือนข้า มา มา มา นั่งลงก่อน”จั่วม่อมองไปยังศิษย์พี่สวี่อี้ อีกฝั่ายเป็นบุคคลที่มันชื่นชมมากเมื่อตอนที่ยังเป็นศิษย์ฝั่ายนอก มันไม่เคยคิดเลยว่าจะสามารถมานั่งอยู่ในระดับเดียวกันได้ในที่สุด เรื่องราวทางโลกไม่มีอะไรแน่นอนจริง ๆ มันอดทอดถอนออกมาไม่ได้“จั่ว