ม่อต้องขอบคุณศิษย์พี่สำหรับคำชี้แนะที่ผ่านมา” มันประสานมือคำนับอย่างจริงใจสวี่อี้อึ้งไปวูบหนึ่ง แล้วรีบประคองจั่วม่อขึ้นมา “ศิษย์น้องไม่ต้องเกรงใจ นั่นเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”หลังจากกล่าวถ่อมตัวไปมาครู่หนึ่ง พวกมันทั้งคู่รู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้น“ไม่ง่ายเลยที่ศิษย์น้องจะมีเวลาว่างมาหาข้า มาๆ ลองมาลิ้มรสชาของข้าดู” สวี่อี้วาดมือ ชุดชงชาพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ถาดชาทำจากไม้ไผ่เหลือง แกะสลักลายเมฆาคู่ ทั้งเรียบง่าย ทั้งถ่อมตน วางไว้ด้วยกาน้ำชาดินเผาสีม่วง ประกายแสงวาบผ่านกาน้ำชาดินม่วง เห็นลวดลายค่ายกลเวทกระจ่างชัดสลักไว้บนพื้นผิว ถ้วยชาเล็ก ๆ เจ็ดใบวางเรียงรายประดุจเจ็ดดาวเหนือสวี่อี้หยิบกล่องหยกสี่เหลี่ยมออกมา เมื่อเปิดกล่อง จั่วม่อรู้สึกกลิ่นหอมฟุั้งกำจายมาถึงตรงหน้า ในกล่องบรรจุใบชาปราณไว้ราวครึ่งกล่อง ใบชาปราณสีเขียวสดใสดั่งหยกหนึ่งก้านมีสามใบเป็นพวงงดงาม ทั้งละมุนละไมและเปล่งปลั่งแวววาม“นี่เป็นชาหอมสุคนธรส” สวี่อี้แนะนำ “ผลิตโดยร้านเถาวัลย์หอมหวน ข้าทุ่มความพยายามไปไม่น้อยกว่าจะซื้อหามาได้” จากนั้นมันหัวร่อ “ข้าไม่มีความลุ่มหลงอื่นใด จะมีก็เพียงสิ่งนี้เท่านั้น”สายตาของศิษย์พี่สวี่อี้จดจ่ออยู่เพียงสองมือของมัน เริ่มบรรจงล้างกาน้ำชากับถ้วยชาอย่างชำนาญ เมื่อใดกันที่จั่วม่อจะเคยได้เห็นฉากอันสุนทรีย์เยี่ยงนี้? ได้แต่เบิกตากว้างจ้องมองตาไม่กระพริบมันเห็นศิษย์พี่สวี่อี้ขั้นแรกหยิบใบชาอ