ดวงตะวันเจิดจรัสแขวนค้างอยู่ที่กลางนภา ผืนฟั้าสีครามสดใสกระจ่างตา แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนต้องขนหัวลุกชัน ท่ามกลางท้องนภาสีฟั้ากว้างไกล กลับเต็มไปด้วยหมู่ดาวดารดาษ พร่างพราวระยับแข่งแสงสุริยัน!“ดาวพร่างกลางทิวา… …” เผยเหยียนหรานพึมพำอย่างเลื่อนลอย อีกสามคนพอได้ยินก็สีหน้าแปรเปลี่ยน“ศิษย์พี่” สือฟั่งหรงสุ้มเสียงสั่นพร่า “จะเกิดเรื่องราวอันใด?”“ข้าไม่ทราบ” เผยเหยียนหรานส่ายศีรษะ สีหน้าหนักอึ้ง “นิมิตแห่งฟั้าดินลักษณะนี้เรียกว่าดาวพร่างกลางทิวา มักจะปรากฏขึ้นทุกสองพันสามพันปี ข้าเพียงแค่เคยอ่านพบในบันทึกบางเล่มเท่านั้น แต่จะอย่างไรนี่สมควรไม่ใช่ลางดี”แม้ว่าพวกมันทั้งสี่ล้วนเป็นปรมาจารย์ด่านจินตัน แต่กับภาพเหตุการณ์อันแปลกพิกลเบื้องหน้า ยังอดรู้สึกหัวใจเย็นเฉียบมิได้ในตงฝู หวีปั๋ายสองตาเบิกกว้าง จ้องมองมวลหมู่ดาราแตะแต้มอร่ามเรืองทั่วผืนฟั้าสลับกับมองดวงอาทิตย์อันยโสโอหังที่แขวนสูงขึ้นไปกลางนภา ความประหวั่นพรั่นพรึงพลุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกที่สุดในหัวใจ แผ่ซ่านไปทั่วร่างเทียนซงจื่อพึมพำแหบโหย “ดาวพร่างกลางทิวา… …”ยอดเขาดอกเหมยแห่งสำนักกระบี่ตงฉี จั่วเหมยเทียนดวงตาโชนแสง สุ้มเสียงแทบเป็นกระซิบ “ดาวพร่างกลางทิวา… …”ทั่วทั้งอาณาจักรนภาจันทร์ ซิวเจ่อยอดฝีมือนับไม่ถ้วนล้วนแตกตื่นตระหนก ตลอดทั้งสิบสามเมืองใหญ่แห่งอาณาจักรนภาจันทร์ กลางเวหาเต็มไปด้วยเหล่าผู้ฝึกตน ทั้งในผืนปั่า บนยอดเขา ไม่ว่าซิวเจ่อเ