หุบเขาหมอกเย็นเยือก ข้างสระน้ำอันหนาวเหน็บจั่วม่อแลดูน่าสะพรึงกลัว ร่างกายแดงก่ำราวกับกุ้งต้มตัวหนึ่ง แดงดุจโลหิตจะหยดออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยซึ่งน่าตกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อยามที่จั่วม่อยังคงอยู่ในลานบ้าน ร่างกายของมันราวกับกลุ่มก้อนเปลวเพลิงกลุ่มหนึ่ง แต่บัดนี้มันรู้สึกคล้ายว่าตลอดทั้งร่างเป็นท่อนฟืนแห้งสนิท ต่อมาก็จุดประกายไฟและลุกไหม้จนแตกปะทุจั่วม่อเหลียวมองไปรอบ ๆ มึนงงเลื่อนลอย ทุกอย่างในสายตาดูเหมือนจะบิดเบี้ยวไปเสียหมด ซึ่งเป็นผลจากการเผาไหม้อันร้อนแรง สติสัมปชัญญะของมันเลอะเลือนร้อน! มันประหนึ่งว่าดิ้นรนตะเกียกตะกายอยู่กลางทะเลแห่งเปลวเพลิง คลื่นไฟโหมซัดใส่ไม่หยุดยั้งจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าอาจถูกแผดเผาเป็นเถ้าถ่านได้ทุกเวลา“รับประทานหญ้ามังกรเพลิงลงไป”เสียงอันเลือนรางห่างไกลลอยมากระทบโสตประสาทของจั่วม่อจั่วม่อยัดหญ้ามังกรเพลิงใส่ปากตามสัญชาตญาณ คลื่นความร้อนไหลวาบจากปากลงสู่ลำคอบูม!มันราวกับขว้างหม้อบรรจุน้ำมันลงในกองเพลิง! จั่วม่อรู้สึกว่าทะเลเพลิงระเบิดกระจัดกระจาย เปลวไฟละเอียดอ่อนร้อนเร่านับไม่ถ้วนแผ่วาบไปทั่วอวัยวะภายในความร้อนแรงประหนึ่งเหล็กหลอมเหลวพลุ่งพล่านตะลุยผ่านเส้นชีพจรของมันดุจดั่งคลุ้มคลั่งอาละวาด!“อ๊า!”จั่วม่อไม่มีปัญญาสะกดกลั้นเสียงกรีดร้องของมันได้ กระแสความร้อนแผดเผาโลดแล่นขึ้นสมอง ศีรษะอันเปราะบางของมันไม่ต่างจากถูกนาบด้วยเหล็กเผาไฟฟุบ! ทันใด