นั้นเปลวไฟลุกพรึบขึ้นบนร่าง ไหม้ลามไปอย่างรวดเร็ว ภายในชั่วกระพริบตาเดียวเสื้อผ้าทั้งหมดของมันก็เปลี่ยนเป็นกองเพลิง สลายเป็นเถ้าในชั่วอึดใจ แต่ที่น่าประหลาดก็คือเปลวเพลิงกลับไม่ได้สร้างบาดแผลแก่จั่วม่อแม้แต่น้อยจั่วม่อเปลือยกายล่อนจ้อน ตลอดทั้งร่างแดงฉานประดุจโครงกระดูกโลหะที่เพิ่งออกมาจากเตาหลอม คลื่นกระแสลมร้อนรอบกายสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า“อา อา อา อ๊า!”เสียงกู่ล้ำลึก กึกก้อง โหยหวนไม่ผิดอันใดกับสัตว์ร้ายใกล้ตายตัวหนึ่ง เส้นโลหิตทุกเส้นโปั่งพอง คล้ายเหล็กเส้นที่กำลังลุกไหม้ ปกคลุมไปทั่วร่างดุจตาข่าย“เสนาะหูยิ่งนัก” ผูเยามองจากด้านข้าง สีหน้าเคลิบเคลิ้มมึนเมา ทอดถอนชมเชย“โอ้ ความเจ็บปวดที่เสียดลึกลงไปถึงดวงวิญญาณ นานเท่าใดแล้วที่ไม่ได้ฟังเสียงอันน่าลุ่มหลงถึงเพียงนี้ น่าหวนหาจริง ๆ อ้า”“อา อา อ้า!” จั่วม่อสูญเสียสติสัมปชัญญะอย่างสมบูรณ์ มันคล้ายสัตว์ร้ายที่ร่างกายลุกไหม้ท่วมตัว แหกปากกู่ร้องตามสัญชาตญาณ เปลวไฟดูราวกับไม่ค่อยพอใจที่จะวิ่งอยู่ภายในร่างกายมัน พากันเจาะทะลุผิวหนังออกมา ลุกฮือห่อหุ้มตลอดทั้งร่าง กลับกลายเป็นกองเพลิงกลุ่มหนึ่ง หากจั่วม่อมีสติแจ่มใสอยู่ในชั่วขณะนี้ มันจะต้องตื่นตะลึงเมื่อพบว่าไฟที่กำลังโหมไหม้รอบกายมัน เป็นเพลิงสีแดงเข้มอันเย้ายวนใจ คล้ายคลึงกับเปลวเพลิงในทะเลแห่งจิตสำนึกของมันอย่างยิ่งมองเห็นเปลวไฟแดงจัดที่เต้นเร่าอย่างดุเดือดบนร่างจั่วม่