จั่วม่อมอบนามให้แก่โอสถปราณของมันว่า “เม็ดยากล้าแกร่งเกรียงไกร” ซึ่งฟังดูโง่เง่าอย่างยิ่ง แต่แน่นอนว่ามันไม่แยแสเรื่องนี้เดิมทีมันตั้งใจจะหลอมกลั่นเพิ่มอีกสักสองเม็ดสามเม็ด เพื่อให้อาจารย์ลุงหยานเล่อนำไปขายเป็นจิงสือกลับมา แต่ตระหนักอย่างรวดเร็วว่าได้แต่วางเรื่องนี้ไว้ทางด้านข้างก่อน เนื่องเพราะในท้องทุ่งปราณของมัน ส่วนหนึ่งของหญ้าปราณกับสมุนไพรปราณเริ่มพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยว ในแต่ละวันมันหันไปทุ่มเทให้กับการดูแลบำรุงพืชปราณอย่างตั้งอกตั้งใจ อย่างเช่นเคล็ดเมฆฝนหล่นริน เคล็ดปราณพิภพ และเคล็ดอัคคีสีชาดจั่วม่อจะร่ายทั้งสามวิชาสลับสับเปลี่ยนกันไป หลายต่อหลายครั้งตลอดทั้งวัน ส่วนเคล็ดสารพันพฤกษ์กับเคล็ดทองคำคร่ำคร่าทุกสองสามวันจะใช้ออกครั้งหนึ่งจั่วม่อแม้ไม่เคยทำการเพาะปลูกในลักษณะนี้มาก่อน แต่เนื่องจากความขยันหมั่นเพียรและความเอาใจใส่ การเจริญงอกงามของพืชปราณที่ปลูกไว้ในหุบเขาลมตะวันตกจึงโดดเด่นไม่น้อย พืชปราณระยะสั้นบางส่วนสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกเมื่อสำหรับจั่วม่อผู้ที่ถุงเงินขึ้นสนิมมานาน นี่ราวกับฝนห่าใหญ่ที่สาดเทลงมาถูกเวลาเนื่องจากความสำคัญของการเก็บเกี่ยวหนนี้ มันกระทั่งร้องขอต่อท่านอาจารย์ของมันเพื่อขอลาหยุดจากงานด้านหลอมกลั่นโอสถภายในหุบเขาลมตะวันตก โครงกระดูกผู้หนึ่งก้มหน้าก้มตาทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำอยู่เหนือท้องทุ่งปราณ“ในที่สุดก็เสร็จสิ้นเสียที” จั่วม่อนั่งราบกับพื้น หอบหายใ