งว่า “เจ้าสมแล้วที่เป็นเกษตรกรปราณ ไม่ว่าเพาะปลูกอันใด ไม่เพียงแต่รวดเร็วกว่าผู้อื่น ทั้งยังได้สินค้าดีเลิศยิ่งกว่าผู้อื่น ศิษย์หลานทั้งรอบรู้ทั้งเอาใจใส่ได้ดี ทุกอย่างที่เจ้านำมา ล้วนขายง่าย ราคาดีงาม”จั่วม่อไม่ทราบว่ามันคิดไปเองเฉกเช่นวัวสันหลังหวะหรือไม่ แต่มันรู้สึกว่าสายตาของหยานเล่อเต็มไปด้วยความนัยอันลึกล้ำ อาจารย์ลุงใช่ล่วงรู้เรื่องของผู้อาวุโสเว่ยหนานหรือไม่?มันบังคับตัวเองให้เยือกเย็นลง “อาจารย์ลุงสมควรทราบว่าศิษย์นี้น่าเวทนาถึงเพียงไหน หากข้าไม่ดิ้นรนปลูกพืชนั่นหญ้านี่ไว้ขายเสียบ้าง กระทั่งจิงสือไว้ร่ำเรียนวิชาหลอมกลั่นโอสถยังไม่มี”เวลานี้มันซาบซึ้งใจในบุญคุณของใบหน้าผีดิบของมันมาก เพราะช่วยอำพรางทุกอย่างได้ดีที่สุดหยานเล่อพยักหน้า “ฮ่าฮ่า อย่าว่าแต่หลอมกลั่น หากปราศจากจิงสือ เจ้าจะไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใดได้เลยต่างหาก แต่ยามนี้เจ้าเป็นเกษตรกรปราณแล้ว ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องจิงสืออีก ตราบเท่าที่เจ้ายังเพาะปลูกพืชผล พวกเราเหล่าผู้อาวุโสจะไม่ปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไม่เป็นธรรม”“แน่นอน แน่นอน” จั่วม่อหัวร่อเห็นพ้อง แต่ด้วยสีหน้าว่างเปล่าไร้อารมณ์ ทำให้ผู้อื่นรู้สึกแปลกพิกลอยู่บ้างหยานเล่อเลือกหยิบพืชสองชนิดออกจากถุง “ผลหมาปั่าทักษิณ แล้วก็บุปผาแดงเมล็ดทองอันนี้ ไม่ต้องขาย เจ้าควรเก็บไว้เอง ต่อไปสามารถใช้ในการหลอมกลั่นโอสถข้าจำได้ว่าอาจารย์เจ้าเคยขอให้ข้าช่วยรวบรวมให้แก่นาง สองอย่างนี