จั่วม่อสะดวกใจจะใช้ประโยชน์จากขุมพลังของสำนักมากกว่าอย่างน้อยเหล่าผู้อาวุโสในสำนักก็ดูเหมือนคนปกติมากกว่าผูเยา แต่ด้วยหนทางนี้ การยกสถานะในสำนักของมันจะกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดการบำเพ็ญเพียรนั้น ยิ่งชั้นสูงขึ้นไปเท่าใด ยิ่งต้องการทรัพยากรมากขึ้นเป็นเงาตามตัว หากพยายามจะพึ่งพาพลังอำนาจส่วนบุคคล นี่ห่างไกลจากความเป็นจริงมากกว่าการอาศัยขุมพลังของสำนักมาก แม้แต่เหล่าเซียนสัญจรยังมีแวดวงความสัมพันธ์เล็ก ๆของตน สำหรับซิวเจ่อที่โดดเดี่ยวตัวเองอย่างแท้จริง นับเป็นของหายากที่สุดในบรรดาของหายากทั้งปวงหยานเล่อยอบกายลง พลิกดูพืชปราณที่จั่วม่อนำมา ความปีติยินดีบนใบหน้าค่อย ๆฉายชัดขึ้นเรื่อย ๆ“เหล่าสินค้าอันประเสริฐ! อืม อืม ผลหมาปั่าทักษิณระดับสาม เบญจมาศเจ็ดใบระดับสาม หือ นี่มันหญ้าดาวทิวา ก็ยังคงเป็นระดับสาม! นี่ขายได้ราคาดี ดีมาก นี่ก็ดี……” หยานเล่อดูคล้ายรู้จักมักคุ้นกับหญ้าปราณและพืชปราณทุกชนิดจั่วม่อใจเต้นตึกตักไม่คลาย รีบเยินยอ “อาจารย์ลุงยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง ท่านถึงกับรู้จักเจ้าพวกนี้ทั้งหมด”สือฟั่งหรงเป็นศิษย์น้องคนเล็กในบรรดาทั้งสี่คน ดังนั้นจากมองสถานะของจั่วม่อหยานเล่อเปลี่ยนจากอาจารย์อาเป็นอาจารย์ลุง“ฮ่าฮ่า ในเมื่อคิดหวังทำการค้า จะไม่รู้จักพวกมันได้อย่างไร?” หยานเล่อรู้สึกดีกับคำเยินยอของจั่วม่อไม่น้อย นัยน์ตาที่เล็กเรียวอยู่แล้ว ถึงกับยิ้มจนหยีเป็นเส้น กล่าวอย่างเป็นกันเอ