องจ่ายพลังปราณไปยังทุกตำแหน่งหรือทุกขั้นตอน!มันรู้สึกว่ามองเห็นประเด็นสำคัญอยู่รำไร ไม่กล้าเพิกเฉย รีบครุ่นคิดสืบต่อ เคล็ดเมฆฝนหล่นรินเป็นเวทวิชาที่มันช่ำชองชำนาญดุจดั่งมือเท้าของตน คุ้นเคยกับทุกส่วนประกอบทุกขั้นตอนถึงที่สุด มันค่อย ๆ คิดแยกแยะออกมาอย่างถี่ถ้วน ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนท่าดัชนีแรกในเคล็ดเมฆฝนหล่นริน ต่อมารวบรวมละอองน้ำกลายเป็นก้อนเมฆจนกระทั่งกลั่นตัวตกลงมาเป็นสายฝน ปริมาณพลังปราณในแต่ละกระบวนท่า แต่ละขั้นตอน ล้วนแตกต่างกัน บางขั้นตอน ดังเช่นในยามที่น้ำฝนตกลงมาแล้ว มันแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้พลังปราณใด ๆ เลย เพียงแค่คอยชี้นำเล็กน้อยเท่านั้นยิ่งคิดจั่วม่อก็ยิ่งตื่นเต้น อาการง่วงนอนปลาสนาการไปสิ้นต่อให้ร่ายเวทวิชาอันใด ก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยพลังปราณออกมาโดยไม่ขาดสายตลอดเวลา ร่ายเวทวิชามีหนักมีเบา มีขึ้นมีลง มีผ่อนมีเร่ง มีหน่วงปราณไว้ มีอัดกระแทกปราณออกมาในรวดเดียว ทุกอย่างมีจังหวะจะโคนเฉพาะตัวหากกระบวนการหลอมกลั่นโอสถเป็นเช่นเดียวกันกับการร่ายเวทวิชา ก็ย่อมมีจุดที่ไม่ต้องใช้พลังปราณ มีบางขั้นตอนที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายพลังปราณเข้าไป มีจังหวะจะโคนเฉพาะตัวเช่นกัน ยิ่งวิเคราะห์มากเท่าไร จั่วม่อก็ยิ่งรู้สึกว่านี่มีเหตุผลอย่างยิ่ง และรู้สึกว่าการที่มันคอยจ่ายพลังปราณเข้าไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เป็นการกระทำที่โง่เขลาถึงเพียงไหนจั่วม่อใจชื้นขึ้นบ้าง เมื่อทำความเข้าใจกับทิศทางได้แล้ว ขั