บางของมันถูกโจมตีอย่างรุนแรงอีกครั้งตลอดทั้งราตรี จั่วม่อย่อมไม่เหลือเวลาให้นึกถึงวิชาหลอมกลั่นโอสถอีกแล้วกระเรียนกระดาษสีชมพูประดุจฝันร้ายอันไร้ที่สิ้นสุด บังคับให้จั่วม่อได้แต่เขียน และเขียนต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งรุ่งเช้า ภายใต้ประโยค “ผู้อื่นจะเข้านอนแล้ว” ของนาง จั่วม่อผู้ถูกทรมานทรกรรมจนชาด้านไปทั้งร่าง ค่อยได้รับการปลดปล่อยอย่างสมบูรณ์ มันรู้สึกว่าการตอบจดหมายตลอดทั้งคืนนั้นเหน็ดเหนื่อยอย่างสุดแสน เหน็ดเหนื่อยเสียยิ่งกว่าหลอมกลั่นโอสถตลอดทั้งคืนเสียอีกจั่วม่อก้มลงไปตักน้ำอันเย็นฉ่ำ ล้างหน้าล้างตา จากนั้นไปยังทุ่งปราณ แตกต่างจากเวทวิชาอื่น ๆ การเสกเรียกฝนต้องทำเกือบทุกวัน ในสภาวะสับสนมึนงง จั่วม่อร่ายเคล็ดเมฆฝนหล่นริน เสียงน้ำหยดเริ่มดังขึ้น จิตใจมันล่องลอยไปไกล เคล็ดเมฆฝนหล่นรินเป็นเวทวิชาที่มันช่ำชองที่สุด แม้ว่าจะหลับตาร่าย มันยังคงสามารถร่ายออกมาได้ไม่ต่างกันพลังปราณแห่แหนมารวมตัวกันที่มือทั้งคู่ของมัน ระหว่างก้อนเมฆกับสองมือ มีการเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยมพิสดารชนิดหนึ่งสายฝนกระหน่ำเทลงมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ จั่วม่อแปรเปลี่ยนกระบวนท่า ปรับกระแสพลังปราณไปตามสัญชาตญาณ มันชำนาญเวทวิชานี้มากเกินไป แทบไม่จำเป็นต้องจ่ายพลังปราณไปยังทุกจุดทุกขั้นตอนประเดี๋ยวก่อน!จั่วม่อสะดุ้งสุดตัว ผวาตื่นจากความมึนงงทันที ตระหนักว่าเพิ่งค้นพบสิ่งที่สำคัญมากประการหนึ่งที่แท้มันไม่จำเป็นต้