เรียนกระดาษสีชมพูอีกตัวหนึ่งบินมาถึง“อย่าทำกิริยาเช่นนี้กับผู้อื่นได้หรือไม่! ผู้อื่นเจ็บปวดใจนัก …ท่านปูั่ของข้า เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”ถ้อยคำเหลวไหลไร้สาระกระไรเช่นนี้ จั่วม่อสรุปทันที แต่ยังคงหยิบพู่กันขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้“หลอมกลั่นโอสถ”หุบเขาลมตะวันตก กระเรียนกระดาษตัวน้อยบินเข้าออกแทบไม่ขาดสาย“อ๊า หลอมกลั่นโอสถ! น่าสนุกจัง! ผู้อื่นไม่เคยเล่นมาก่อนเลย รู้แค่วิธีพับกระเรียนกระดาษ!”เจ้าทราบแต่วิธีพับกระเรียนกระดาษเท่านั้นเองหรือ? จั่วม่อเมื่อเห็นประโยคนี้ใบหน้าก็มืดครึ้มในทันที มันเขียนกลับไปด้วยพู่กัน “ไม่ใช่กระมัง เจ้ายังสามารถวาดยันต์ระเบิดเพลิงกัมปนาทด้วย”“ฮิฮิ ที่จริงผู้อื่นไม่ค่อยถนัดยันต์ระเบิดเพลิงกัมปนาทเท่าใด สิ่งที่ผู้อื่นมีฝีมือที่สุดเป็นยันต์ระเบิดเพลิงกัมปนาทสามสิบหกห่วงโซ่ต่างหากเล่า”นี่มัน… ภัยคุกคาม คำข่มขู่! นี่แน่นอนสตรีนางนี้กำลังข่มขู่คุกคามมันชัดๆ !จั่วม่อกำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นกร๊อบ เค้นเสียงลอดไรฟัน “เกอจะทน!”ความเป็นจริงช่างโหดร้าย ภายใต้พลังคุกคามของยันต์ระเบิดเพลิงกัมปนาทสามสิบหกห่วงโซ่ จั่วม่อได้แต่กล้ำกลืนโทสะ และเขียนตอบกลับไปอย่างว่าง่าย“สำหรับกุลสตรี หญิงสาวในหอห้อง การรบราฆ่าฟันไม่ใช่สิ่งที่ดี”“แต่ผู้อื่นเป็นกุลสตรีจริง ๆ นะ ฮิฮิ ผู้อื่นชมชอบเฝั้าดูดอกไม้ไฟ เปั้าหมายของผู้อื่นเป็นหนึ่งร้อยแปดห่วงโซ่!”ดอก…ไม้ไฟ… …จั่วม่อรู้สึกสลดหดหู่ยิ่ง จิตใจอันบอบ