บนเสื่อในห้องศิลา จั่วม่อนั่งเข้าฌานสงบงัน ไม่ไหวติงปราณธรรมชาติอันหนาแน่นถาโถมเข้าสู่ร่างกายของมัน ผ่านเส้นชีพจรตูม่าย*จุดที่ยี่สิบสี่ บริเวณเชิงผมตรงหน้าผาก เส้นชีพจรเริ่นม่าย**จุดที่สิบเจ็ด ตรงกึ่งกลางราวนมและชีพจรชงม่าย***จุดที่หนึ่งบริเวณไต โดยเฉพาะเข้าสู่ชีพจรตูม่ายมากมายเป็นพิเศษเมื่อพลังปราณผ่านเข้าไปในร่าง ความรู้สึกเย็นสบายอันเบาบางแผ่ซ่านไปทั่ว น่ารื่นรมย์ไม่น้อย หลังจากที่จั่วม่อสำเร็จขั้นลมหายใจแรก การหายใจผ่านจมูกปากก็หลงเหลือความสำคัญไม่มากนัก ยามนี้จุดชีพจรของมันเปิดออกเพียงสามจุด หากมันสามารถบรรลุถึงขั้นลมหายใจที่สิบ ไม่เพียงแต่จุดชีพจรทั้งสามร้อยหกสิบเอ็ดจุดจะเปิดออกทั้งหมด กระทั่งรูขุมขนทั่วร่างยังจะหลุดจากพันธนาการ ไม่ถูกปิดกั้นอีก สามารถบรรลุถึงขั้นลมหายใจหนึ่งเดียวกับฟั้าดิน(* ** *** ชีพจรตูม่าย เริ่นม่าย ชงม่าย เป็นสามในแปดเส้นชีพจรพิเศษทั้งแปด)แน่นอนว่ามันในตอนนี้ยังอยู่ห่างไกลสุดกู่จากสภาวะนั้น พลังแห่งจิตสำนึกของมันเพิ่มพูนขึ้นไม่ขาดสาย แต่จนกระทั่งถึงบัดนี้ มันยังค้นไม่พบว่าพลังแห่งจิตสำนึกสามารถมีประโยชน์ใช้งานอย่างไรได้บ้าง สิ่งที่จำเป็นสำหรับมันตอนนึ้คือพลังปราณ สั่งสมพลังปราณอย่างต่อเนื่อง หวังว่าจะเข้าสู่ด่านจู้จีในเร็ววันครั้นเมื่อถอยออกจากฌาน ลมหายใจของจั่วม่อพวยพุ่งออกมาดุจลูกธนูไม่ทราบว่าศิษย์พี่กำลังทำสิ่งใดอยู่ในถ้ำกระบี่? ความคำนึงนี้จู่ ๆ ก็ผ