าถึงในเวลาเดียวกัน มันหรี่ตามอง และเริ่มสำรวจก้อนหินมหึมาก้อนนั้น หินเป็นหินอัคนีธรรมดาสามัญก้อนหนึ่ง สูงราวห้าจั้งหรือหกจั้ง มองจากภายนอกไม่มีอันใดพิเศษ มิทราบว่ามีความลึกลับซ่อนอยู่ภายในหรือไม่?จะอย่างไร นี่ก็เป็นสถานที่ส่วนตัวของมันแล้ว ไม่สำคัญว่ามันจะทำอย่างไรกับก้อนหินใหญ่ก้อนนี้ จั่วม่อขยับกระบี่ผลึกน้ำแข็งในมือให้กระชับแน่น แล้วลงมือขุดเข้าไปในเนื้อหินหินอัคนีอาจจะแข็ง แต่ต่อหน้ากระบี่บินระดับที่สาม มันอ่อนนิ่มไม่ผิดอันใดกับก้อนเต้าหู้ ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ จั่วม่อก็ขุดจนเป็นโพรงใหญ่ และเป็นไปเช่นที่คาดไว้ เจ้าแมลงทองทมิฬรีบไต่เข้าไปในโพรง จั่วม่อได้รับแรงกระตุ้นมากขึ้น มือของมันยิ่งขยับเร็วขึ้นคาดไม่ถึงว่าหินก้อนนี้มีขนาดใหญ่กว่าที่มันคิด ขุดมาครึ่งชั่วยาม ขุดจนลึกเข้าไปเจ็ดจั้งแปดจั้ง ก็ยังขุดไปไม่ถึงก้นบึ้งอยู่ดี กล่าวถึงที่สุดจั่วม่อไม่ใช่ผู้ฝึกตนที่ฝึกฝนกายาแขนสองข้างหนักอึ้งราวกับถ่วงด้วยแท่งตะกั่ว ทั้งร่างเจ็บร้าวแทบจะแหลกเป็นชิ้น ๆ“ไม่มีทาง นี่มันทำให้ข้าถึงตายได้เชียวนะ” จั่วม่อทรุดร่างลงบนพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง พลางมองอย่างท้อแท้ไปยังแมลงทองทมิฬที่นอนหมอบอยู่ท้ายโพรง“พี่น้อง เจ้าทุ่มเทจริง ๆ อ๊า แต่เกอไม่ไหวแล้ว ขุดต่อไม่ไหวแล้ว ขอนอนสักงีบก่อนเถอะ” จั่วม่อแสยะปากใส่แมลงทองทมิฬ เพียงกล่าวจบคำ มันก็ร่วงผล็อย หลับสนิทไปภายในโพรงที่ขุดขึ้นมานั่นเองครั้นจั่วม่อลืม