ณอย่างเร่งด่วน มิทราบท่านจั่วสนใจ….…”“อย่าไปฟังมัน สำนักมันเป็นเพียงสำนักเล็ก ๆ ไม่สามารถมอบผลประโยชน์อันดีงามให้แก่ท่าน สำนักเรามั่งคั่งร่ำรวยยิ่งกว่า ท่านสามารถร้องขอผลประโยชน์เท่าที่ท่าน… …”“หากท่านตกลงไปยังสำนักเรา… …”… …เสียงเหล่านี้ระเบิดขึ้นพร้อมกัน จั่วม่อรู้สึกสมองลั่นอึงอล ในศีรษะดังหึ่งๆ ยุ่งเหยิงไปหมดในเวลานี้เอง สุ้มเสียงทุ้มลึกเสียงหนึ่งดังขัดจังหวะขึ้นอย่างกะทันหัน “ขออภัยด้วยขออภัยด้วย ทุกท่าน โปรดอย่าได้ขวางทางศิษย์หลานของข้า กรุณาหลีกทางด้วย”เสียงนั้นไม่ได้ดังกึกก้อง แต่ทุกผู้คนล้วนได้ยินชัดเจน พลังงานอันลี้ลับแพร่กระจายออกมา เป็นธรรมดาที่ฝูงชนย่อมเปิดทางออกเป็นช่องกว้าง เพียงพลังบำเพ็ญเพียรนี้ ก็มากพอที่จะทำให้ทุกผู้คนหุบปากของพวกมันเอาไว้เห็นบุรุษร่างอวบสมบูรณ์ใบหน้ายิ้มแย้มผู้หนึ่งเดินใกล้เข้ามา จั่วม่อหัวใจแทบกระดอนออกมา มันรีบประสานมือค้อมกายคำนับ “คารวะอาจารย์อาสาม!” จากนั้นหันไปทักทายหลี่อิงฟั่งที่ติดตามมาด้านหลังหยานเล่อ “ศิษย์พี่หญิง!”หยานเล่อใบหน้าแย้มยิ้มอ่อนโยนเป็นกันเอง ตบไหล่จั่วม่ออย่างยินดี “ไม่เลว ไม่เลวเลยจริงๆ คิดไม่ถึงว่าเกษตรกรปราณผู้หนึ่งจะถือกำเนิดขึ้นมาจากสำนักเรา ครั้งนี้ศิษย์พี่เจ้าสำนักคงได้ปลาบปลื้มจนน้ำตาไหลเป็นแน่แท้ หากมิใช่ว่าข้ามีธุระบางอย่างในตงฝู เกรงว่ากระทั่งข้ายังไม่อาจล่วงรู้เรื่องนี้”ถึงตอนนี้หลี่อิงฟั่งกล่าวเสริมเข้ามา “ครั