งกระตือรือร้นว่า “ผู มาต่อกันเถอะ!”คิดไม่ถึงว่าผูเยากลับย้อนถามเสียงเกียจคร้าน “ต่ออันใด? ทำอันใดต่อ?”จั่วม่อยืนเซ่อไปวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบฟืนคืนสู่ความเยือกเย็น “บอกเถอะ เงื่อนไขคืออะไร?”“เฮะ เฮะ ข้าละชอบพูดคุยกับคนฉลาด มันช่างสะดวกสบายเสียจริง” ผูเยายิ้มบางๆ ยืดตัวนั่งตรง “นี่ก็ถูกต้องแล้ว ที่ไหนในโลกมีอาหารกินเปล่า? เฮะ เฮะ ข้าต้องการดวงวิญญาณ”“ดวงวิญญาณ?” จั่วม่อใจหล่นวูบ หวาดผวาขึ้นมาอย่างกะทันหันผูเยาดูผ่อนคลาย น้ำเสียงที่กล่าวยังปราศจากเค้าความกังวล “ดวงวิญญาณเป็นสิ่งวิเศษ รสชาติสดใหม่ เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเลือดหรือเนื้อมนุษย์ ล้วนไม่อาจเปรียบเทียบได้”กล่าวไปกล่าวมาไม่กี่คำ จั่วม่อก็ขวัญหนีดีฝั่อแล้ว ในใจมันช่วยไม่ได้ต้องนึกถึงเหล่าภูติผีปิศาจขึ้นมา กัดกินเนื้อมนุษย์ดิบๆ ฉีกดึงเส้นเอ็น ดูดกลืนไขกระดูก เขมือบดวงวิญญาณ สำหรับซิวเจ่อที่ใฝั่ฝันจะเป็นเกษตรกรปราณเยี่ยงมัน สิ่งของอย่างดวงวิญญาณเพียงพอจะทำให้มันแตกตื่นตระหนกจนขนลุกชันได้“ไม่มีทาง!” มันบอกปัดอย่างเฉียบขาด เจ้าบ้าผูเยานี่เป็นภูติผีปิศาจจริงๆ เสียด้วย!แม้ว่ามันปรารถนาพลังอำนาจ แต่มันย่อมไม่ต้องการตกเป็นทาสของพลังอำนาจ!“เจ้าไม่อยากร่ำเรียนกระบี่แล้วหรือ? เฮะ เฮะ นอกเหนือจากกระบี่แล้ว ข้ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถสอนเจ้า ข้ามียุทธภัณฑ์เวทมากมาย เฮะ เฮะ ตราบเท่าที่เจ้าเสาะหาดวงวิญญาณดีๆ มาได้ เจ้าสามารถแลกเปล