่างไรก็ไม่ใช่บุคคลเที่ยงธรรมอันใด คิดจัดการกับคนประเภทนี้ ท่านยิ่งสุภาพ พวกมันจะยิ่งรู้สึกว่าท่านอ่อนแอและข่มเหงรังแกได้ง่ายอันที่จริง อาวุธสำคัญที่จั่วม่อคิดพึ่งพาคือแหวนกระบี่ทองบนนิ้วของมัน ภายในแหวนเก็บกักปราณกระบี่ไว้สามเล่ม เหมาะสำหรับใช้ข่มขวัญเจ้าคนพวกนี้ได้เป็นอย่างดี“ฮา ดังนั้นพวกเจ้าก็เปลี่ยนเจ้านายใหม่แล้ว” เจ้าผู้นำกลุ่มยิ้มเย้ย กวาดตามองจั่วม่อขึ้นๆ ลงๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยอาการดูหมิ่น “เพียงแค่ด่านเลี่ยนชี่ขั้นที่แปด ยังกล้าประพฤติตนเป็นวีรบุรุษ ช่างไม่รู้ฟั้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ ต่อให้เป็นหลี่อิงฟั่งอยู่ที่นี่ นางยังไม่กล้ากล่าววาจาสามหาวเช่นนี้”เจ้าผู้นี้ใช่มีภูมิหลังอันเข้มแข็งหรือไม่? จั่วม่อชักไม่แน่ใจ แต่สีหน้ามันไม่แสดงออกซึ่งอารมณ์ใด “คุยโวอะไรเช่นนี้ หากมีความสามารถจริงๆ ไฉนไม่ไปร้องท้าทายหน้าประตูสำนักเรา แล่นมาข่มเหงอิสตรีถึงที่นี่หาอันใด หึหึ ช่างเข้มแข็งจริงๆ ช่างเข้มแข็งเสียเหลือเกิน!”เหล่าศิษย์สตรีรอบข้างพากันปิดปากหัวร่อคิกคักคนผู้นั้นสีหน้ากลับกลายเป็นน่าเกลียด มันแค่นเสียง “ได้ยินมาว่าสำนักกระบี่สุญตาปรากฏอัจฉริยะผู้หนึ่ง? สวะเช่นเจ้ามาจากที่ใด? วันนี้ข้าผู้เป็นศิษย์พี่จะสั่งสอนมารยาทให้เจ้าเอง!”พอสิ้นวาจา กระบี่บินเล่มหนึ่งพลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้ามันจั่วม่อใจหายวาบ ผู้อื่นถึงกับมีกระบี่บินจริงๆ !คำแรกที่ปรากฏขึ้นในใจมันคือ ด่านจู้จี! มันไม่เคยคาดคิดมาก่อน