า ท่วงท่ายังคงสบายๆ นี่เป็นเส้นทางหลักไปยังตงฝู จั่วม่อจึงไม่เชื่อว่าอีกฝั่ายจะกล้าก่อเรื่องอย่างอุกอาจเกินไปดังนั้นมันจึงมีความมั่นใจอยู่ไม่น้อย“ฮาฮา ได้ยินว่าศิษย์พี่หญิงหลี่อิงฟั่งเข้าสู่ด่านจู้จีแล้วใช่หรือไม่? ข่าวดี นับเป็นข่าวดีจริงๆ” ผู้ฝึกตนบุรุษที่ด้านหน้ากล่าวเสียงราบเรียบเหล่าบุรุษรอบข้างพากันหัวร่ออย่างครื้นเครงถึงตอนนี้เอง บุรุษผู้หนึ่งกล่าวอย่างประจบประแจงว่า “ศิษย์พี่ หากข้าดูไม่ผิด พลังฝึกตนของสตรีเหล่านี้ ยังอ่อนด้อยกว่าสตรีดุร้ายในสำนักเราอยู่มาก”“ถูกแล้ว ถูกแล้ว!” ผู้นำกลุ่มแย้มยิ้มอย่างชั่วช้า เตือนว่า “แต่เจ้าต้องระวัง หากพวกนางได้ยินที่เจ้าพูด เกรงว่าเจ้าจะได้เห็นดีแล้ว”“ฮ่าฮ่า แน่นอน”จั่วม่อกระแอมเบาๆ เหล่าศิษย์สตรีพากันเปิดทางให้ทันที มันเมื่อยอมรับสิ่งของไปแล้ว ย่อมไม่อาจยืนอยู่เฉยๆ ได้จริงๆ“เป็นไร? พวกเจ้าคิดว่าตนเองเป็นผู้ใด? ปิดกั้นเส้นทางหาอะไร?” จั่วม่อเดินออกมาจากกลุ่มศิษย์สตรี ชำเลืองมองอีกฝั่าย กล่าวพลางยิ้มเยาะมองปราดเดียวก็ทราบ ว่าบุรุษกลุ่มนี้คล้ายจะเป็นเหล่ากากเดนฝูงหนึ่ง แต่ละคนศีรษะกวาง ดวงตามุสิก โดยเฉพาะเจ้าตัวผู้นำ ยามมองใบหน้านั้นจั่วม่อบังเกิดความรู้สึกอยากจะเอากำปันอัดใส่ใบหน้ามันจนบี้แบนเหมือนขนมปิงเสียจริง เมื่อเทียบกับเหล่าศิษย์ร่วมสำนัก จั่วม่อมีประสบการณ์ด้านนอกสำนักมากกว่า อาจกล่าวว่ามันมีดวงตาอันหลักแหลมคู่หนึ่ง เจ้าพวกนี้มองอย