จั่วม่อเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่อฟังสือฟั่งหรงเดินชดช้อยมาอยู่ตรงหน้ามัน เพ่งพิศอย่างระมัดระวังสองสามอึดใจ นางพลันขมวดคิ้ว “เจ้าใช่เด็กที่ศิษย์พี่เจ้าสำนักนำกลับมาหรือไม่?”จั่วม่อตีหน้าเหลอหลา ตอบพลางพยักหน้า “ใช่แล้วอาจารย์อา”“เจ้าจดจำอันใดไม่ได้เลยจริงๆ?”จั่วม่อจู่ ๆ ก็หัวใจเต้นกระหน่ำ เลือดฉีดย้อนขึ้นศีรษะ มันรู้สึกว่าตัวเองสั่นสะท้านทั้งร่างสั่นน้อย ๆ อย่างควบคุมไม่ได้ ได้ยินเสียงสั่นพร่าของตนเองตอบไปว่า “ใช่แล้วอาจารย์อา”“โอ้” สือฟั่งหรงพยักหน้า นางไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวมากไปกว่านี้ ดังนั้นหันหลังกลับก้าวเดินต่อจั่วม่อตะโกนแทบไม่รู้สึกตัว “อาจารย์อาหญิง!”สือฟั่งหรงชะงัก เหลียวมองจั่วม่อด้วยสีหน้าไม่พอใจจั่วม่อไม่ทราบว่าความกล้าของมันมาจากที่ใด มันจ้องสือฟั่งหรงเขม็ง ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความหวัง“ศิษย์นี้ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือจากความทรงจำก่อนหน้า ศิษย์เคยเรียกว่าอะไร บิดามารดาคือผู้ใด ไม่มีสิ่งใดที่ศิษย์ทราบเลยแม้แต่น้อย ได้แต่ครุ่นคิดพะวงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันหัวใจโศกเศร้าแสนสาหัส อาจารย์อาหญิงโปรดชี้แนะศิษย์ด้วย!”สือฟั่งหรงทอดสายตามองจั่วม่ออยู่นาน ก่อนจะส่ายศีรษะ “สำหรับเจ้า บางทีไม่ทราบคงจะดีกว่า”“ได้โปรดเถิด อาจารย์อาหญิง กรุณาศิษย์ด้วย!”จั่วม่อแทบจะใช้เรี่ยวแรงไปหมดทั้งร่างสือฟั่งหรงขมวดคิ้วเล็กน้อย กล่าวอย่างเฉื่อยชา “ในเมื่อเจ้ากระหายใคร่รู้ถึงเพียงนี้เช่นนั้นข้าจะบอกเจ้า …