งใจ แต่โชคไม่ดีที่ศิษย์น้องไม่สนใจกระบี่” สีหน้าของศิษย์พี่เหวยเสิ้งทอแววเศร้าเสียดายอยู่บ้างจั่วม่อแย้มยิ้ม “เป็นชาวนาปราณไม่ได้มีอันใดไม่ดี จิงสือเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือมาก”“ฮ่า-ฮ่า!” เหวยเสิ้งหัวร่อดังกระหึ่ม “จริงที่สุด ถูกของเจ้าแล้ว ประเสริฐ เช่นนั้นข้าจะไม่กล่าวอำลา ไว้รอข้ากลับมาแล้ว เราพี่น้องจะร่ำดื่มให้สมใจ!”กล่าวจบมันก็จากไปจนกระทั่งศิษย์พี่เหวยเสิ้งเดินห่างไปไกลมากแล้ว จั่วม่อในใจยังคงตื้นตันไม่คลายไม่ว่าศิษย์พี่เหวยเสิ้งจะตั้งใจหรือไม่ แต่การดูแลห่วงกังวลนี้ มันจะจดจำไว้ในใจตั้งแต่มันฟืนคืนสติกลับมา ต้องเผชิญกับโลกที่ไม่คุ้นเคยโดยสิ้นเชิงอย่างเดียวดายเจ้าสำนักผู้เก็บมันกลับมา ก็เพียงถามไถ่ไม่กี่คำ จากนั้นมันไม่เคยได้พบหน้าท่านอีก ตัวมันไม่ผิดอันใดกับทารกแรกเกิด ต้องเริ่มต้นเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างอย่างงุ่มง่าม ทีละเล็กทีละน้อย ด้วยใบหน้าผีดิบอันแปลกพิกลของมัน ทั้งความไม่ล่วงรู้เรื่องราวทางโลก เป็นเหตุให้มันต้องทนทุกข์ทรมาน ประสบคำเยาะเย้ยถากถาง และการล้อเลียนนับไม่ถ้วนสิ่งเดียวที่พอเรียกได้ว่ายังโชคดี คือสวรรค์ไม่ได้ไร้ปราณีจนเกินไปนัก ยังคงทิ้งสินทรัพย์บางอย่างไว้ให้มันบ้าง –พลังฝึกตนด่านเลี่ยนชี่ขั้นที่ห้า**ความผิดหวังล้มเหลวที่มันต้องทนอดกลั้นตลอดเวลา ไม่ได้ทำให้จั่วม่อจ่อมจมลงแต่กลับกระตุ้นความดื้อรั้นในกระดูกของมันขึ้นมา มันพากเพียรฝึกฝนทั้งกลางวันกลางคืน ใ