เอิกเกริกเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในสำนักกระบี่สุญตา อีกทั้งผู้ที่ได้รับกระบี่ระดับที่สี่ เดิมทีเป็นเพียงศิษย์ฝั่ายนอกผู้หนึ่งเท่านั้น ยามเหล่าศิษย์ฝั่ายนอกถกเถียงกันเรื่องนี้ สีหน้าของพวกมันล้วนเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ แต่กระนั้นก็ไม่อาจปิดบังความอิจฉาที่มากยิ่งกว่าได้ ศิษย์ฝั่ายนอกผู้เคยเป็นข้ารับใช้กระบี่ผู้หนึ่ง ทะยานขึ้นเป็นศิษย์เอกผู้มีคุณค่าที่สุดในหมู่ศิษย์รุ่นที่สอง ประสบการณ์อันพิสดารเช่นนี้ของศิษย์พี่เหวยเสิ้ง ล้วนเป็นความฝันใฝั่ของศิษย์ฝั่ายนอกเกือบทุกผู้คนจั่วม่อเองนอกจากนับถือเลื่อมใสมากยิ่งขึ้นแล้ว มันหาได้ประหลาดใจแต่อย่างใดมันเชื่อว่าหากผู้ใดได้เห็นบันทึกในม้วนหยกที่ยามนี้มันถือครองไว้ รับรองว่าจะต้องไม่แปลกใจเช่นเดียวกับมันนับถือส่วนนับถือ เลื่อมใสส่วนเลื่อมใส แต่มันไม่คิดลอกเลียนตามอย่างศิษย์พี่เหวยเสิ้ง ในใจมันไม่มีความลุ่มหลงงมงายอันใด แต่เดิมทีมันถึงกับเป็นคนเกียจคร้านสันหลังยาวผู้หนึ่ง ที่ยอมเหนื่อยยากลำบากอยู่ทุกวันนี้ เพียงเพื่อจะได้อยู่อย่างเกียจคร้านในวันข้างหน้าผูเยาคล้ายกลับเป็นปกติ นั่งอยู่บนปั้ายหินหลุมศพ ทอดอารมณ์ฟังอินกุย ตามภาพเดิม ๆ ที่มันคุ้นตาทะเลแห่งจิตสำนึกไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง เว้นเสียแต่เปลวเพลิงคล้ายจะใหญ่โตขึ้นมาบ้าง จั่วม่อไม่ทราบว่าเป็นมันหลงคิดไปเองหรือไม่ จะอย่างไรนั่นก็เป็นเพียงพื้นที่สีแดงฉานผืนหนึ่งระลอกในภูเขาสุญตาในที่สุดก็สงบ